หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ บ้านหนองมัง

บ้านหนองมัง ต.โนนกลาง อ. สำโรง จ.อุบลราชธานี

หน่วยงานรับผิดชอบ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
สถานะหมู่บ้าน : แม่ข่ายต้นแบบ

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

เมื่อ พ.ศ.2475 ครูลาด มณีวงศ์ครูโรงเรียนบ้านห่องแดง มีบ้านพักอยู่ที่ตำบลหนองไฮ เดินผ่านหนองน้ำเพื่อไปสอน เห็นความอุดมสมบูรณ์บริเวณรอบหนองน้ำ ที่มีชื่อเรียกว่า หนองหมามัง** จึงจับจองพื้นที่บริเวณรอบหนองน้ำ และชักชวนญาติพี่น้องจาก อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ให้มาตั้งรกรากบริเวณทิศใต้ของหนองน้ำ ต่อมามีราษฎรจากบ้านหนองไฮและบ้านโนนกลางมาตั้งบ้านเรือนบริเวณหนองน้ำเพิ่มมากขึ้น และเรียกชื่อบ้านว่า “บ้านหนองมัง”

ที่ผมดีใจคือ สามารถเป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ถ้าผมทำได้ คุณก็ทำได้เพราะมนุษย์มีศักยภาพเท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเปลี่ยนกะบาลทัศน์คุณหรือไม่ มันเป็นทางออก โลกทั้งโลกต้องการให้คุณเปลี่ยน และในหลวงรัชกาบที่ 9 ก็ได้แนะแนวทางในการดำรงชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง คนเราถ้าไม่รองทำก็ไม่รู้

ผลจากการทำเกษตรอินทรีย์จากที่ได้ครอบครัวละหมื่นบาท ตอนนี้รายได้ครอบครัวละ 700,000 บาท ก็สามารถอยู่ได้อย่างมีศักดิ?ศรี มีความสุข ลูกหลานก็จะได้รับมรดกที่ไม่ใช่หนี้ แต่เป็นอนาคตของการอยู่รอดในโลกของการเปลี่ยนแปลง

ผมภูมอใจที่เป็นเกษตรกร จะปลูกอินทรีย์ให้คนกินทั้งโลก ได้ทานข้าวเป็นยา ได้ทานของที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านหนองมัง ต.โนนกลางอ.สำโรงจ.อุบลราชธานี ได้ก่อตั้งกลุ่มเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2549 โดยมีนายปิยะทัศน์  ทัศนิยมเป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบันมีสมาชิก 17 ครัวเรือน เป็นกลุ่มที่ส่งเสริมให้สมาชิกทำการเกษตรแบบอินทรีย์ลดค่าใช้จ่ายในการทำเกษตรลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการใช้สารเคมีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนของโลกกลุ่มมีกิจกรรมหลักคือการร่วมกันทำกองทุนปุ๋ยการทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักจุลินทรีย์เพื่อใช้ในการเกษตรด้วยตนเอง การจัดประชุมให้ความรู้แก่สมาชิกอยู่เป็นประจำและการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้

เทคโนโลยีที่นำไปใช้

1. โรงเรือนเพาะปลูก
2. การใช้เชื้อราบิวเบอเรียในนาข้าว
3. พลาสติกคัดเลือกแสง
4. การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์
5. การใช้ไวรัส NPV
6. การวางแผนการปลูกผัก
7. การใช้สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
8. การเลี้ยงใส้เดือนดิน
9. การผลิตปุ๋ยหมัก

คลิกอ่านรายละเอียดเทคโนโลยีโรงเรือนพลาสติกคัดเลือกแสง

อ่านรายละเอียดโรงเรือนพลาสติกคัดเลือกแสง

วิถีอินทรีย์ของเกษตรกรบ้านหนองมัง นอกจาการปลูกข้าวอินทรีย์แล้ว พวกเขายัง “ปลูกผักอินทรีย์” เพื่อบริโภคภายในครัวเรือน และเป็นอาชีพเสริมหลังการทำนา สวทช. โดยฝ่ายชุมชนและผู้ด้อยโอกาส ได้นำเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ “โรงเรือนพลาสติกคัดเลือกแสงสำหรับคลุมโรงเรือนเพาะปลูก” ผลงานวิจัยของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ซึ่งช่วยให้เกษตรกรปลูกผักได้ดีในหน้าฝน อีกทั้งยังมี ไวรัสเอ็นพีวี ราบิวเวอเรีย แบคทีเรียบีที ผลผลิตจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) เพื่อช่วยให้เกษตรกรจำกัดโรคและแมลงศัตรูพืชด้วยวิถีธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี ทำให้ทุกวันนี้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้จากการปลูกผักอินทรีย์มาก มากกว่า 7 แสนบาทต่อปี

มาอ่านเรื่องเล่าความสำเร็จกันครับ....

 

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
25531,630,000|1,220,000||1,220,0002013221111871.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
2554371,800|108,400||108,4002012228238491.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
2558360,000|360,000||360,0002015522152111.pdf201622950281.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
2559360,000|360,000|118,788|241,21220163161520541.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=1645]   วันที่รายงาน  [20/6/2559]

ชี้แจงโครงการ และหารือวางแผนการดำเนินงาน เมื่อวันที่ 10-11 มีนาคม 2559
ผลที่ได้รับคือ ได้แผนการดำเนินโครงการ

ค่าใช้จ่าย : 10,000
จำนวนผู้รับบริการ : 38
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1646]   วันที่รายงาน  [20/6/2559]

ชี้แจงโครงการ และหารือวางแผนการดำเนินงาน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559

ค่าใช้จ่าย : 5,000
จำนวนผู้รับบริการ : 17
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=1647]   วันที่รายงาน  [20/6/2559]

กิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง “การทำเกษตรอินทรีย์ และการปลูกผักในระบบโรงเรือน” ณ บ้านหนองมัง ต.โนนกลาง อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559

การจัดอบรมในครั้งนี้ มีผู้เข้าอบรมทั้งหมดจำนวน 74คน ซึ่งเป็นเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายภายใต้โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกษตรกรใน 4 พื้นที่ และหน่วยงานเครือข่าย ได้แก่
1) กลุ่มเกษตรกร บ้านดอนเขียง ต.คำแมด อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น จำนวน 13 คน
2) กลุ่มเกษตรกร บ้านนาเยีย ต.นาเยีย อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี จำนวน 12 คน
3) กลุ่มเกษตรกร บ้านทุ่งเจริญ ต.ตาลสุม อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี จำนวน 11 คน
4) กลุ่มเกษตรกร บ้านหนองมัง ต.โนนกลาง อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี จำนวน 35 คน
5) เจ้าหน้าที่โครงการเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกรด้านเกษตรอินทรีย์เพื่อความมั่นคงทางอาหาร และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (EFFU: Empowerment Small - Scale Farmers in Climate Change Risk Reduction and Improve Food Security through Promotion Farming in Ubon Ratchathani) จำนวน 3 คนระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย : 43,000
จำนวนผู้รับบริการ : 74
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=1648]   วันที่รายงาน  [20/6/2559]

สวทช. โดยฝ่ายชุมชนและผู้ด้อยโอกาส เก็บข้อมูลเศรษฐกิจและสังคมระดับครัวเรือน และวางแผนการดำเนินโครงการคูปองวิทย์เพื่อโอทอปร่วมกับชุมชน ณ บ้านนาเยีย ต.นาเยีย อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม-3 มิถุนายน
ผลที่ได้คือ
- ได้แผนธุรกิจชุมชน จำนวน 1 แผนธุรกิจ
- ได้ข้อมูลเศรษฐกิจและสังคมระดับครัวเรือนระบุ : ใคร ทำอะไร ที่ไหน ได้ผลอย่างไร จำนวนเท่าไหร่(5W 1H) ผลผลิต..ได้อะไร ผลลัพธ์..คืออะไร

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=1649]   วันที่รายงาน  [20/6/2559]

สวทช. ร่วมกับ ศทอ.นครราชสีมา และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เห็นว่าจังหวัดอุบลราชธานีมีนโยบายส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์กันทั้งจังหวัด การส่งเสริมใช้ราบิวเวอเรีย ซึ่งเป็นสารชีวภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพดีในการจัดการและป้องกันแมลงในระบบเกษตรอินทรีย์ จึงได้จัดอบรมให้กับเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ในหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ สวทช. และเครือข่ายเกษตรในโครงการเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกรด้านเกษตรอินทรีย์เพื่อความมั่นคงด้านอาหารและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี :ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมที่มาจากชุมชนในเครือข่ายหมู่บ้านแม่ข่าย และลูกข่ายวิทยาศาสตร์บ้านหนองมัง อ.สำโรง บ้านทุ่งเจริญ อ.ตาลสุม บ้านนานางวาน อ.โขงเจียม บ้านนาเยีย อ.นาเยีย และเครือข่ายเกษตรกรในโครงการเกษตรอินทรีย์ ม.อุบลฯ เจ้าหน้าที่ ศทอ.นครราชสีมา เกษตรจังหวัดอุบลราชธานี จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การผลิตราบิวเวอเรียรูปแบบก้อนเชื้อสดพร้อมใช้” ณ คณะเกษตรศาสตร์ ม.อุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 มีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 65 คน

ค่าใช้จ่าย : 60,788
จำนวนผู้รับบริการ : 65
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 6 [IG=1650]   วันที่รายงาน  [20/6/2559]
การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ คาดว่าจะเกิดชุมชนนำร่องที่ทดลองนำเอากระบวนการเรียนรู้แบบ สะเต็มศึกษาผสมผสานวัฒนธรรมไปใช้ในชุมชนตนเอง และเกิดผู้ประกอบการชุมชนที่สามารถยกระดับสินค้าและบริการในชุมชนตนเองด้วยการสร้างเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเกิดความร่วมมือในการทำงานระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษากับชุมชนในการพัฒนาชุมชนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา
ซึ่งเกษตรกร หรือชาวบ้านสามารถนำเอาโจทย์จากสินค้าหรือบริการในชุมชนมาสร้างแผนธุรกิจเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการสีเขียวได้ สามารถสร้างชุมชนนำร่องการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาผสมผสานวัฒนธรรม และสร้างเครือข่ายการทำงานระหว่างผู้ประกอบการชุมชนที่จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจสีเขียวได้ สวทช. จึงพิจารณาเห็นว่า ควรมีเวทีที่จะได้มีการนำประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันกับเครือข่ายภายนอกที่มีความเข้มแข็ง เพื่อให้เกิดการกระตุ้น และมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จึงจัดให้มีกิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายพันธมิตรอื่นที่ประสบความสำเร็จ เรื่อง “การสร้างผู้ประกอบการสีเขียวด้วยกระบวนการสะเต็มศึกษาผสมผสานวัฒนธรรม” ขึ้นมา
มีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 42 คน เป็นเกษตรกรในโครงการ มบ.วท. แม่ข่ายบ้านหนองมัง จำนวน 8 คนคือ
1) กลุ่มเกษตรกร บ้านนาเยีย ต.นาเยีย อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี จำนวน 2 คน
2) กลุ่มเกษตรกร บ้านทุ่งเจริญ ต.ตาลสุม อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี จำนวน 3 คน
3) กลุ่มเกษตรกร บ้านหนองมัง ต.โนนกลาง อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี จำนวน 3 คน
ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 7 [IG=1651]   วันที่รายงาน  [20/6/2559]

สวทช. โดยฝ่ายชุมชนและผู้ด้อยโอกาส เก็บข้อมูลเศรษฐกิจและสังคมระดับครัวเรือน และวางแผนการดำเนินโครงการคูปองวิทย์เพื่อโอทอปร่วมกับชุมชน ณ บ้านทุ่งเจริญ ต.ตาลสุม อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี  เมื่อวันที่ 25-29 เมษายน 2559
ผลที่ได้คือ มีผู้เข้าร่วมจำนวน 15 คนได้ข้อมูลเศรษฐกิจและสังคมระดับครัวเรือน

ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง kanlarat@nstda.or.th ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates