หมู่บ้านข้าวโพดลดหมอกควัน

บ้านบนนา ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

หน่วยงานรับผิดชอบ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานะหมู่บ้าน : แม่ข่ายขยายลูก
ลูกข่าย 5 พื้นที่

  • หมู่บ้านกองแขก ต.กองแขก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
  • หมู่บ้านแม่วาก หมู่ที่ 6 ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
  • หมู่บ้านแม่แฮใต้
  • หมู่บ้านอมแรด
  • หมู่บ้านเจียง หมู่ที่ 18 เทศบาลตำบลแม่แจ่ม อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

เรื่องเล่าความสำเร็จ...

 

 

 


1. การอัดฟ่อน จำเป็นต้องมี เครื่องอัดฟ่อน ชาวบ้านต้องการแบบอัตโนมัติ (พิสูจน์แล้ว) เครื่องหนึ่งราคา 4.5 แสนบาท โดยชาวบ้านต้องมีรถไถ (ดังที่เคยเห็นของคุณมานพคราวที่แล้ว) หากเป็นเครื่องแบบใช้มือคนเข้าช่วยน่าจะอยู่ที่เกือบๆ 2 แสนบาท ในกรณีที่ส่งเสริมให้เป็นอาชีพต้องมีโกดังเก็บเปลือกฝักที่อัดไว้ก่อน จำนวน 1-2 โรง เพื่อเป็นตัวอย่าง ในแต่ละโรงน่าจะอยู่ที่ 1 ล้านบาท อาจทำเป็นกองทุนทิ้งไว้ได้
 2. การทำกระดาษ ซึ่งต่อเนื่องจากการอัดฟ่อน ควรมีตัวตีเยื่อ ในแต่ละหมูบ้านให้มี 1 ตัว ราคาโดยประมาณแบบเดา 50,000-60,000 บาท และงบดำเนินการ เช่น สารเคมี ค่าแรงของคนทำ ค่าจ้างโรงงานทำเป็นม้วน และค่าอื่นๆ เช่น ซื้อัวัสดุทำถุง/หูหิ้ว ที่อาจมี เป็นต้น ซึ่งให้ประเดิมไว้ก่อนที่จะส่งจำหน่ายได้ น่าจะตกหมู่บ้านละ 50,000-100,000 บาท ทั้งนี้ให้แต่ละหมู่บ้านทำเป็นกองทุนและมีการบริหารจัดการอย่างชัดเจนให้นายอำเภอดูแล
 3. การทำเป็นอาหารหมัก (silage) และอาหารผสมครบส่วน หรืออาหารที่มีทั้งอาหารหยาบและอาหารข้นที่มีคุณค่าสูง (TMR) ซึ่งต่อยอดจากการอัดฟ่อเช่นกัน จำเป็นต้องมีถังแบบล๊อกฝาได้เพื่อไม่ให้อากาศเข้าไปขนาดใบละ 100 ลิตร โดยประมาณ ในแต่ละหมู่บ้านให้มีซัก 80-100 ใบ ราคาน่าอยู่ที่ 300 กว่าบาท ต้องสอบถามอีกครั้ง หลังจากทำและส่งจำหน่ายให้กับผู้เลี้ยงวัวขุนหรือวัวนมแล้ว นำกลับมาใช้ใหม่ได้
 4. การทำปุ๋ยหมัก ซึ่งจะใช้เปลือกฝักข้าวโพดและแกนฝักข้าวโพด รวมทั้งอาจใช้ตอซังด้วย บางหมู่บ้านที่สนใจและรวบรวมตอซัง (ต้นที่แห้งตายในไร่ปลูก) ได้ง่ายจะเห็นผลชัดเจน กิจกรรมนี้จะมีค่ายูเรีย มูลสัตว์ กากน้ำตาล ค่าแรงประเดิมให้เป็นกองทุนก่อน น่าตกประมาณ 1 แสนอัพ หากจะให้ดีขอ ดร.สริยามาช่วยด้วย โดยทำเป็นปุ๋ยอัดเม็ด และปุ๋ยแบบสั่งตัดได้จะดีมาก ถือว่าเป็น OTOP 3 ดาวอัพได้เช่นกัน
 5. กิจกรรมการนำเปลือกฝัก แกนฝัก และตอซัง ไปใช้เป็นวัสดุรองพื้นในระบบการเลี้ยงหมูหลุม (เฉพาะพื้นที่ที่ชาวบ้านเลี้ยงหมูมาก และสนใจที่จะเลี้ยงในระบบนี้) จำเป็นต้องมีเครื่องสับตอซังซึ่งบางหมู่บ้านอาจมีแล้ว โดยได้รับแจกไปแล้วเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา อาจใช้วิธีทำเป็นกองทุนส่งเสริม โดยให้ประมาณหมู่บ้านละ 1-2 แสนบาท มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 10 ราย (ถ้ามีถึง 20 รายจะดีมาก เพราะจัดเป็นกลุ่มตาม กม. ได้เลย นายอำเภอควบคุมดูแล และสนับสนุนต่อไปได้) หลังจากขายปุ๋ยได้ ให้หักเงินบางส่วนมาสมทบกองทุนเพื่อความยั่งยืนของสมาชิก
 6. การเพาะเห็ด (กิจกรรมเสริม) ถ้าหมู่บ้านใดสนใจ กิจกรรมนี้จะใช้เปลือกฝักและตอซังนิดหน่อยเท่านั้น แต่จะดีในแง่มีเห็ดไว้ทานในครัวเรือนสำหรับกรณีแกนฝักข้าวโพด
 ขอเสนอดังนี้
1. สนับสนุนการปั้นเตากึ่งชีวมวล / ส่งเสริมให้ใช้ทุกครัวเรือน งบประมาณ 250-300 บาท/ครัวเรือน โดยให้ทำเป็นโรงสต๊อกแกนฝักอย่างน้อยรายละ 1 ตัน (คล้ายยุ้งข้าวสมัยก่อน) คำนวณที่รายละ 1,500-2,000 บาท ใครไม่สร้าง/ไม่ทำก็ไม่ต้องให้ อาจใช้งบหมู่บ้านละ 2 แสนบาทอัพ
 2. การส่งเสริมทำเตาที่ใช้แกนเป็นเชื้อเพลิงเพื่ออบ/ลดความชื้นจากเมล็ดข้าวโพด) กรณีนี้ยังไม่มีตัวอย่าง พยายามทำอยู่แต่ชาวบ้านขายข้าวโพดออกไปก่อนอาจของบมาลองทำในห้องแลปฯ ใช้เวลาซักหนึ่งปี

ความร่วมมือของท้องถิ่นเป็นตัวช่วยสำคัญอย่างยิ่งที่จะแก้ปัญหา หมอกควัน

 

ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในการดำเนิน
โครงการหมู่บ้านข้าวโพดลดหมอก ในช่วงปี 2553 – 2557
การดำเนินงานในปี 2553
    จากการสำรวจข้อมูลพื้นฐานของเกษตรกรในอำเภอแม่แจ่ม พบว่า เกือบ 100% มีหนี้สิน 50,000 – 70,000 บาทต่อครอบครัว ซึ่งมาจากการกูยืมธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) กองทุนหมู่บ้าน SML และหนี้นอกระบบ เพื่อมาทำการเกษตรโดยเฉพาะการปลูกข้าวโพด 
    จากที่ทางโครงการหมู่บ้านข้าวโพดลดหมอกควันได้เข้าไปดำเนินงานในพื้นที่ หมู่ที่ 14 บ้านบนนา ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยได้นำเทคโนโลยีการเพาะเห็ดโคนน้อยจากเปลือกฝักข้าวโพด การเลี้ยงสัตว์ และการใช้มูลสัตว์เพื่อผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายในครัวเรือน ซึ่งเกิดผลทางเศรษฐกิจดังนั้น
1.  การเพาะเห็ดโคนน้อยจากเปลือกฝักข้าวโพด เกษตรกรในหมู่บ้านได้รวมกลุ่มจัดทำโรงเพาะเห็ด 1 โรงเรือน และมีบางรายนำไปเพาะเอง โดยในระยะแรกผลผลิตที่ได้นำไปบริโภคในครัวเรือนทั้งหมด ไม่มีเหลือจำหน่าย ซึ่งคิดเป็นมูลค่าในการลดรายจ่ายค่าอาหารได้ 40 - 100 บาทต่อวันต่อครัวเรือน หรือสามารถลดรายจ่ายในชุมชน ประมาณ 5,000 – 8,000 บาทต่อเดือน  
2.  การเลี้ยงแพะนม เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งเลี้ยงแพะกึ่งเนื้อกึ่งนมอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง มีความสนใจในการเลี้ยงแพะนมเพื่อไว้รีดขายนม ทางโครงการฯ จึงได้เข้าไปใช้ให้คำแนะนำวิธีการเลี้ยงและการใช้วัสดุเศษเหลือทางการเกษตรในท้องถิ่นเป็นอาหาร เช่น ต้นข้าวโพด (หลังจากเก็บฝักแล้ว) เป็นอาหาร พร้อมทั้งจัดหาแพะพันธุ์ซาเนนซึ่งเป็นพันธุ์ให้นมไปไว้ในพื้นที่เพิ่มสายเลือดแพะนมในฝูงให้สูงขึ้น จากการจำหน่ายเนื้อและนมแพะทำให้เกษตรมีรายได้ ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชนอีกด้วย
3.  การเลี้ยงหมูหลุม เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่ได้เลี้ยงหมูอยู่แล้ว ทางโครงการฯ จึงได้เข้าไปให้ความรู้ใหม่ในเรื่องการเลี้ยงหมูหลุม เพื่อลดต้นทุนการผลิต ลดกลิ่น และใช้เปลือกฝักข้าวโพดที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ มีเกษตรกรผู้สนใจเข้าร่วมรับการอบรมและลงมือทำอย่างจริงจัง โดยใช้เปลือกฝักข้าวโพดและวัสดุเศษเหลืออื่นๆ เป็นวัสดุรองพื้นหลุม ผลที่ได้จากการเลี้ยงหมูหลุมคือ ลดต้นทุนค่าอาหารได้ถึง 50 – 70% ลดเวลาในการทำความสะอาดคอก และได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพจากวัสดุรองพื้น เป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือนได้เดือนละประมาณ 2,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังลดเรื่องมลภาวะทางอากาศอีกด้วย
4.  การส่งเสริมให้ใช้มูลสัตว์มาหมักเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ นอกจากการปลูกข้าวโพดแล้วเกษตรกรยังมีการเลี้ยงสัตว์อีกด้วย เมื่อทางโครงการฯ ทราบดังนั้นจึงมีแนวคิดส่งเสริมให้เกษตรกร ใช้ประโยชน์จากมูลสัตว์คือ การผลิตก๊าซชีวภาพใช้ทดแทนก๊าซ LPG มีเกษตรกรได้นำไปปฏิบัติจริงแล้ว 4 คน และขายผลอีก 10 คน สามารถลดรายจ่ายค่าก๊าซหุงต้มในครัวเรือนได้ 350 – 400 บาทต่อเดือน 
    จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในเรื่องการเพาะเห็ดโคนน้องจากเปลือกฝักและตอซังข้าวโพด การเลี้ยงแพะนมโดยใช้ต้นข้าวโพดเป็นอาหาร การเลี้ยงหมูหลุมโดยใช้เปลือกฝักข้าวโพดเป็นวัสดุรองพื้น และการผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ สามารถลดปริมาณเศษเหลือจากการปลูกข้าวโพดประมาณ 20,000 กก.เนื่องจากการเริ่มต้นดำเนินโครงการเกษตรกรได้ทยอยเผาเปลือกฝักข้าวโพดไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่อย่างไรก็ตามนอกจากสามารถลดเปลือกฝักข้าวโพดแล้ว ยังเป็นการลดหนี้สินให้เกษตรกรเนื่องจากเป็นการเพิ่มรายได้จากวัสดุเศษเหลือที่ไม่มีราคา อีกทั้งยังสามารถลดมลพิษในอากาศให้กับประชาชนคนแม่แจ่มให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย

การดำเนินงานในปี 2554
    จากการดำเนินงานต่อเนื่อง สำหรับในปี 2554 ทางโครงการฯ ได้คัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพปัญหา ง่ายต่อการถ่ายทอดและการนำไปปฏิบัติ ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับชุมชนและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง อันได้แก่ 
1.  การปั้นเตาชีวมวลสำหรับใช้ในครัวเรือน มีเกษตรกรร่วมกันปั้นเตาและนำไปใช้จำนวน 20 ครัวเรือน โดยใช้ซังข้าวโพดเป็นเชื้อเพลิง เฉลี่ยครัวเรือนละประมาณ 2 กก./วัน สำหรับใช้ปรุงอาหารเช้าและเย็น ซึ่งทั้งปีจะเทียบเท่ากับ 14ม600 กก. สามารลดค่าใช้จ่ายค่าก๊าซหุงต้มอย่างน้อยเดือนละ 200 – 300 บาทต่อครัวเรือน หรือ 3,000 – 5,000 บาทต่อปี
2.  การเพาะเห็ดโคนน้อยโดยใช้ต้นและเปลือกฝักข้าวโพดเป็นวัสดุเพาะ มีเกษตรกรผู้ที่สนใจเข้ารับการอบรมเพาะเห็ดโคนน้อย 23 คน โดยมีเกษตรกร 2 คนที่เพาะเพื่อขาย โดยท่านแรกเพาะทั้งหมด 30 ก้อน ท่านที่ 2 เพาะ 150 ก้อน ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้ประมาณ 6,000 – 7,000 บาทต่อเดือน และสำหรับเกษตรที่เหลือได้เพาะไว้สำหรับรับประทานเองในครัวเรือน ครัวเรือนละ 2 – 5 ก้อน ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายในเรื่องอาหารได้ 1,000 – 3,000 บาทต่อเดือน ซึ่งการเพาะเห็นโคนน้อย 1 ก้อน จะใช้เปลือกฝักข้าวโพด 2 - 3 กก. การใช้เปลือกฝักข้าวโพดในการเพาะเห็ดโคนน้อยเป็นการลดวัสดุเศษเหลือกจากข้าวโพดซึ่งทั้งปีเทียบเท่ากับ 6,600 กก.
3.  การทำอาหารหมักแบบผสมครบส่วน (TMR) โดยใช้เปลือกฝักข้าวโพดหมักเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์     เคี้ยวเอื้อง ได้รับความสนใจอย่างมากจากเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวซึ่งถือเป็นแนวทางในการลดต้นทุนค่าอาหาร ในแต่ละเดือนสามารถลดได้ 2,000 – 3,000 บาท นอกจากนั้นยังได้วัวที่มีคุณภาพดี ขายได้ราคาเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งเกษตรกรทำอาหารหมักได้เพียง 3,000 กก. ก่อนที่กองวัสดุ (เปลือกฝักข้าวโพด) จะถูกเผา ถือว่าช่วยลดปริมาณการเผาวัสดุเศษเหลือจากการปลูกข้าวโพดได้ถึง 6,000 กก.
 4.  การอัดฟ่อนเปลือกฝักข้าวโพดโดยใช้เครื่องอัดฟางข้าว ชาวบ้านได้ทำการอัดฟ่อนเปลือกข้าวโพดเพื่อจำหน่ายให้กับพ่อค้าในชุมชนได้ 200 ฟ่อน (ก่อนที่กองข้าวโพดจะถูกเผา) ฟ่อนละ 20 บาท ทำให้เกิดรายได้ 4,000 บาท และสามารถกำจัดเศษวัสดุข้าวโพดได้ถึง 6,000 กก. 

การดำเนินงานในปี 2555
    การดำเนินงานในปี 2555 ทางโครงการฯ ได้เพิ่มเทคโนโลยีการผลิตกระดาษจากเปลือกฝักข้าวโพด เนื่องจากข้าวโพดเป็นพืชที่มีเส้นใยสามารถนำมาผลิตกระดาษได้เช่นเดียวกันกับปอสา ส่วนเทคโนโลยีอื่นๆ ยังคงดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อไป โดยได้ขยายการดำเนินงานไปยังหมู่บ้านลูกข่าย และหมู่บ้านใกล้เคียงอื่นๆ ที่สนใจ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้
1.  การเพาะเห็ดโคนน้อยจากเปลือกฝักข้าวโพด เกษตรกรได้ทำการเพาะเห็ดขายเป็นอาชีพซึ่งได้กำไรดี ในหนึ่งรอบการผลิต ทำการเพาะเห็ด 200 – 250 ฟ่อนต่อ 1 โรงเรือน เก็บผลผลิตได้วันละ 3 – 5 กก. สามารถเก็บผลผลิตได้ 15 – 20 วัน ทำให้เกิดเป็นรายได้ 6,000 – 8,000 บาทต่อเดือน และสามารถลดปริมาณเปลือกข้าวโพดได้ 1,500 – 2,000 กก.ต่อปี ซึ่งเกษตรกรท่านนี้ได้ยึดอาชีพการเพาะเห็ดโคนน้อยเป็นอาชีพ อีกทั้งยังถ่ายถอดให้กับหมู่บ้านลูกข่ายทำให้เกิดรายได้ในชุมชน 2,000 – 5,000 บาทต่อเดือน และสามารถลดเปลือกฝักข้าวโพดจากการใช้เป็นวัสดุเพาะเห็ดถึง 5,000 กก.ต่อปี
2.  การทำอาหารหมักและอาหารผสมครบส่วน TMR กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคที่ได้นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้กับการเลี้ยงโคของตนเอง สามารถลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าอาหารได้ถึง 3,000 – 4,000 บาทต่อเดือน และยังสามารถลดปริมาณเปลือกฝักข้าวโพดได้ถึง 10,000 กก.ต่อปี นอกจากนั้นทางโครงการฯ ได้ขอให้สมาชิก/กลุ่มทำอาหารหมักฯ เสนอขอรับการช่วยเหลือจาก อบต. ในการจัดหาถังพลาสติกขนาด 80 ลิตร ที่มีฝาปิดแบบล็อกได้เพื่อเป็นถังหมัก เพื่อทำการผลิตส่งขายให้กับสหกรณ์โคนมที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจะสามารถลดปริมาณเปลือกฝักข้าวโพดได้ถึง 100 ตันต่อปี และเกิดรายได้ 150,000 บาทต่อปี 
3.  เนื่องจากเปลือกฝักข้าวโพดมีเหลือจำนวนมาก และจำเป็นต้องรีบเก็บให้หมดไปก่อนถึงฤดูแล้ง การอัดฟ่อนจะช่วยให้ขนส่งเปลือกฝัก (อัดฟ่อนแล้ว) ไปยังสถานที่ไกลๆ ได้สะดวกและประหยัด เป้าหมาย คือ นำไปจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ในราคาฟ่อนละ 18 - 20 บาท ในขั้นแรกทำการอัดฟ่อนได้เพียง 10 ตัน เนื่องจากเครื่องอัดมีกำลังอัดไม่มาก ทำให้เปลืองพื้นที่ขนส่งและมีต้นทุนสูง
4.  การทำปุ๋ยหมัก ได้นำเปลือกฝักข้าวโพดมาหมักร่วมกับมูลโคแห้ง พร้อมกับใส่ยูเรีย และ พด.1 ซึ่งเป็นสูตรเร่งการทำปุ๋ยหมักของกรมพัฒนาที่ดิน จำนวนทั้งสิ้น 15 ตัน ปรากฏว่า ได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพดีมาก ชาวบ้านได้แบ่งกันเพื่อนำไปใส่เป็นปุ๋ยรองก้นหลุม และโรยรอบโคนต้นยางพาราของแต่ละคน ซึ่งเป็นการลดค่าปุ๋ยเคมีที่ใช้ในชุมชนได้ถึง 100,000 บาท
สำหรับที่บ้านเจียง ได้พัฒนาเป็นกลุ่มผู้ผลิตปุ๋ยหมักจากเปลือกข้าวโพด พร้อมกับเติมแร่ธาตุรองที่จำเป็น เช่น Silicon ลงไป เพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ พบว่ามีผู้สนใจสั่งซื้อจำนวนมาก และต้องการที่จะซื้อแบบเป็นเม็ด แต่เนื่องจากการใช้เปลือกฝักข้าวโพดมาเป็นวัตถุดิบหลัก จะทำให้อัดเม็ดได้ ไม่ดี ขณะนี้ โครงการฯ กำลังนำปุ๋ยหมักจากเปลือกฝักข้าวโพดนี้ไปทดสอบกับเครื่องอัดเม็ดของ วว. คาดว่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้ หากใช้ได้ดี กลุ่มนี้จะผลิตปุ๋ยอัดเม็ดออกจำหน่ายให้ได้ไม่น้อยกว่า 10 ตัน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณเปลือกฝักข้าวโพด รวมทั้งช่วยเพิ่มการใช้ปุ๋ยหมักอินทรีย์ และลดการใช้ปุ๋ยเคมีในพื้นที่ 
5.  การทำกระดาษจากเยื่อเปลือกฝักข้าวโพด ซึ่งเป็นช่องทางในการใช้ประโยชน์จากเปลือกฝัก ทางโครงการฯ ได้ให้เกษตรกรทดลองทำเยื่อข้าวโพด 100 กิโลกรัม จากเปลือกฝักข้าวโพด 500 กก. ซึ่งนำไปผสมกับเยื่อจากพืชชนิดอื่น เช่น ปอสา แล้วเข้าโรงงานผลิตกระดาษ ได้กระดาษม้วนยาวหนา 25 แกรม มีน้ำหนัก 20 กก. จำนวน 1 ม้วน หลังจากนั้นได้ทำเยื่อเพิ่มเพื่อทำกระดาษหนา 50 และ 80 แกรม อย่างละ 1 ม้วน ราคาขายอยู่ที่ 500 – 600 บาทต่อกก. ซึ่งเป็นที่สนใจอย่างมากในอุตสาหกรรมกระดาษสา และทางโครงการฯ ได้หาแนวทางในการแปรรูปกระดาษให้เป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ถ้วย แก้วน้ำ ถุง หรือกล่อง เพื่อเพิ่มมูลค่าต่อไป 
6.  การปั้นเตาชีวมวลสำหรับใช้ในครัวเรือน ยังคงได้รับความสนใจจากหมู่บ้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง จากเกษตรกรในหมู่บ้านแม่ข่ายและหมู่บ้านลูกข่าย ทางโครงการฯ ได้พยายามผลักดันไปสู่หน่วยงานอื่นๆ ปรากฏว่า ได้รับความสนใจดีพอควรมีการสั่งซื้อเตาชีวมวลจากหมู่บ้านแม่ข่ายเพื่อนำไปใช้ ซึ่งราคาขายอยู่ที่ 350 – 400 บาทต่อเตา นอกจากนี้ยังได้นำไปโชว์ในนิทรรศการวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์ประชุมไบเทคบางนาและในงานผ้าซิ่นตีนจก ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างมาก มีการจำหน่ายเตาไปแล้ว จำนวน 20 – 30 เตา และมีผู้สนใจติดต่อสั่งซื้อโดยตรงจากเกษตรกรอีกจำนวนหนึ่ง จากการใช้เตานั้นสามารถลดปริมาณแกนฝักข้าวโพดได้กว่า 14,000 กก. และเกษตรกรมีการเก็บซังข้าวโพดกว่า 210 กระสอบ เพื่อสำรองไว้ใช้ต่อไป
    นอกเหนือจากเทคโนโลยีที่ทางโครงการได้นำไปถ่ายทอด เกษตรกรยังมีความสนใจในการปลูกยางพารา เพื่อทดแทนในการปลูกข้าวโพดอีกด้วยจึงได้มีการดำเนินการให้ความรู้และสนับสนุนกล้ายางพาราบางส่วน


การดำเนินงานในปี 2556 – ปัจจุบัน
    การดำเนินงานในปี 2556 จนถึงช่วงต้นปี 2557 ทางโครงการฯ ได้ถ่ายทอด 3 เทคโนโลยีหลัก คือ การเพาะเห็ดโคนน้อยและเห็ดนางฟ้าจากเปลือกฝักข้าวโพด การทำอาหารหมักและอาหารครบส่วน (TMR) และการทำกระดาษจากเยื่อเปลือกฝักข้าวโพด และ 5 เทคโนโลยีรอง คือ การทำเตาชีวมวล การทำปุ๋ยหมัก การอัดฟ่อนเปลือกฝักข้าวโพด การผลิตก๊าซชีวภาพ และการเลี้ยงหมูหลุม  ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในอำเภอแม่แจ่ม ดังนี้
1. การเพาะเห็ดโคนน้อยและเห็ดนางฟ้าจากเปลือกฝักข้าวโพด เกษตรกรผู้เพาะเห็ดโคนน้อยเป็นอาชีพได้เพิ่มจำนวนโรงเรือนเพาะเห็ด 1 โรงเรือน เนื่องจากจำนวนเห็ดไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 12,000 – 15,000 บาทต่อเดือน และยังสามารถผลิตหัวเชื้อเห็ดขายให้กับเกษตรกรรายอื่นจนทำให้เกิดเกษตรกรผู้เพาะเห็ดโคนน้อยเป็นอาชีพเพิ่มขึ้น จำนวน 2 – 3 ราย ส่วนการเพาะเห็ดนางฟ้า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 ได้ทำการเพาะเห็ดนางฟ้าเพื่อจำหน่ายให้กับโรงครัวในโรงเรียนเพียงเท่านั้น โดยการเพาะแต่ละครั้งจะใช้เปลือกฝักข้าวโพดถึง 100 - 500 กก. และมีรายได้ครั้งละ 3,000 บาท 
2. การทำอาหารหมัก ยังมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคจากตำบลบ้านทับ สนใจเข้ารับการแนะนำวิธีการทำอาหารหมักจากเปลือกฝักข้าวโพด เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงโคซึ่งเกษตรกรได้ทำเพื่อใช้เพียงในฟาร์มของตัวเองเท่านั้นไม่มีการจำหน่าย สามารถลดค่าใช้จ่ายในด้านอาหารและลดจำนวนเศษวัสดุจากข้าวโพดได้มากกว่า 5,000 กก.ต่อปี 
3. การผลิตกระดาษจากเยื่อเปลือกฝักข้าวโพด ทางโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 ได้มีความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากอาจารย์ท่านหนึ่งได้เข้ารับการอบรมเห็นว่าสามารถพัฒนาให้เกิดเป็นอาชีพสำหรับนักเรียนได้ จึงได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมการอบรม และได้เดินทางไปดูงาน ณ ศูนย์หัตถกรรมบ่อสร้าง เกิดการทำกระดาษและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในหลายรูปแบบ เช่น กล่อง ร่ม พัด เป็นต้น ทำให้เกิดรายได้กับโรงเรียนประมาณ 15,000 บาท นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้บรรจุเทคโนโลยีการผลิตกระดาษเข้าในแผนการดำเนินงานของโรงเรียนเพื่อจัดสรรงบประมาณซื้อเครื่องตีเยื่อและเครื่องรีดกระดาษให้สามารถผลิตกระดาษแบบอุตสาหกรรมได้ จะสามารถลดเปลือกฝักข้าวโพดในพื้นที่ถึง 10 ตันต่อปี  
4 การปั้นเตาชีวมวล เกษตรกรในพื้นที่ยังมีความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมากจึงมีการปั้นเพื่อใช้ในครัวเรือน เนื่องจากเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ถึงเดือนละ 300 – 500 บาท และสามารถลดจำนวนแกนฝักข้าวโพดได้ถึง 20,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ทางโครงการฯ ยังได้ขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น อำเภอเชียงดาว เนื่องจากมีการปลูกข้าวโพดมากและเกษตรมีความสนใจ โดยตั้งเป้าหมายให้เกษตรกรมีเตาชีวมวลในครัวเรือนอย่างน้อยครัวเรือนละ 1 เตา
5. การอัดฟ่อนเปลือกฝักข้าวโพด จากการอัดฟ่อนเมื่อปี 2555 มีเกษตรผู้สนใจได้ขอความร่วมมือทางโครงการฯ ในการยืมเครื่องอัดฟ่อนเพื่อทำการอัดฟ่อนเปลือกฝักข้าวโพดเพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคในพื้นที่และต่างพื้นที่ โดยสามารถอัดฟ่อนเปลือกฝักข้าวโพดได้ถึง 20,000 – 50,000 ตัน แต่จำหน่ายได้เพียงประมาณ 2,000 ก้อน เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจึงเกิดไฟไหม้ เกิดเป็นรายได้ 40,000 บาท และในต้นปี 2557 ได้มีการอัดฟ่อนเปลือกฝักข้าวโพดอีกครั้งในพื้นที่หมู่บ้านบนนา สามารถลดจำนวนเปลือกฝักข้าวโพด 12,000 ตัน และเกิดเป็นรายได้ 21,600 บาท กับเกษตรกรผู้ดำเนินการ
6. การทำปุ๋ยหมัก กลุ่มเกษตรกรหมู่บ้านเจียงได้ทำปุ๋ยหมักจากเปลือกฝักข้าวโพด 1,000 กก. ในต้นปี 2556 ผลปรากฏว่านำไปใช้ได้ผลดี จึงได้ทำเพิ่มอีก 5,000 กก. เพื่อขายให้กับเกษตรกรในชุมชนได้กำไร 4,000 บาท แต่เกษตรกรผู้ใช้ยังมีความต้องการปุ๋ยอัดเม็ด ทางโครงการฯ ได้ประสานงานทาง วว. เพื่อพัฒนาปุ๋ยหมักเป็นปุ๋ยอัดเม็ดต่อไป และเมื่อต้นปี 2557 หมู่บ้านบนนาได้ทำปุ๋ยหมักกองใหญ่ 15,000 ตัน โดยการสนับสนุนจากกรมพัฒนาที่ดิน เป็นการลดจำนวนเปลือกฝักข้าวโพดได้เป็นอย่างมาก 
7. การผลิตก๊าซชีวภาพ เป็นเทคโนโลยีรองเพื่อส่งเสริมให้ประชากรลดการใช้จ่ายในครัวเรือนลง ซึ่งในพื้นที่การดำเนินการได้มีการผลิตก๊าซชีวภาพเพิ่มขึ้น มากกว่า 20 ครัวเรือน และยังมีเกษตรกรผู้สนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สามารถลดรายจ่ายในครัวเรือนได้ 350 – 400 บาทต่อเดือน หรือ 4,200 – 4,800 บาทต่อปี และยังลดมลภาวะเรื่องกลิ่นได้อีกด้วย
8. การเลี้ยงหมูหลุม ทางโครงการฯ ได้แนะนำเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูหลุมเปลี่ยนวัสดุรองพื้นจากแกลบเป็นวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น เช่น เศษฟาง เปลือกฝักข้าวโพด เศษหญ้า หรืออื่นๆ เป็นการช่วยลดปริมาณวัสดุเศษเหลือจากการปลูกข้าวโพดอีกหนึ่งทาง
 
ผลที่เป็นรูปธรรมและอ้างอิงได้ 
1.  การทำปุ๋ยหมัก มากกว่า 100 ตัน ณ บ้านบนนา และหมู่บ้านอื่นๆ ซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่าบนนา
2.  การปลูกยางพารา ในปี 2555 เป็นต้นมา มีพื้นที่มากกว่า 1,500 ไร่ ในพื้นที่บ้านบนนา หรือมีประมาณ 3,500 ไร่ ครอบคลุมทั้งอำเภอแม่แจ่ม
3.  การเพาะเห็ด
4.  การทำกระดาษ
แผนงานที่เกิดขึ้นภายในท้องถิ่น
1. แผนยุทธศาสตร์พัฒนาอำเภอ 4 ปี (พ.ศ.2558 – 2561) ตามประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ด้าน โดยอำเภอแม่แจ่ม (ตามเอกสารแนบ1)
2. แผนเสนอการผลิตกระดาษ โดย โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 (เอกสารแนบ 2)
3. แผนงานที่เกิดภายในชุมชน     – หมู่บ้านเจียงกำหนดให้มีการทำปุ๋ยหมักในแผนการดำเนินงานทุกปี

ปีงประมาณงบขอ|ได้รับ|ใช้|คงเหลือข้อเสนอโครงการรายงานฉบับสมบูรณ์
2553600,000|301,840|40,000|261,8402012515946471.pdf201112181359551.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=26]   วันที่รายงาน  [8/7/2553]
1.คณะทำงานได้ออกสำรวจหมู่บ้านที่น่าสนใจที่จะจัดตั้งเป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเข้าพบหารือกับนายอำเภอแม่แจ่ม ในวันที่ 24 ก.พ. 2553
2.หารือร่วมกับชุมชนและจัดทำแผนเพื่อกำหนดเป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ ในวันที่ 19 มี.ค.2553 มีผู้เข้าร่วมจำนวน 31 คน
3.เก็บข้อมูลพื้นฐานจากตัวแทนของแต่ละครัวเรือน ในวันที่ 3 มิ.ย.2553 มีผู้เข้าร่วมจำนวน 31 คน
4.ให้องค์ความรู้ในเรื่องการผลิตก๊าซชีวภาพและจัดทำจุดสาธิต จำนวน 2 จุด และพูดคุย ซักถามและให้องค์ความรู้เรื่องที่ชุมชนสนใจ ได้แก่ การเลี้ยงไก่พื้นเมือง หมูหลุม ข้าวโพดหมัก อาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ และการจัดการกับเศษที่เหลือจากการเกษตรโดยไม่เผา มีผู้เข้าร่วมจำนวน 43 คน
ค่าใช้จ่าย : 40,000
จำนวนผู้รับบริการ :
ปัญหาอุปสรรค :
แนวทางแก้ไข :
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2554629,880|415,760||415,7602012515945291.pdf2014361227111.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
2555938,600|390,000|390,000|ใช้หมด2012515944401.pdf20131211531521.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=244]   วันที่รายงาน  [12/6/2555]
(1.) วันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2554 เก็บข้อมูลเชิงเศรษฐกิจของเกษตรกรบ้านบนนา

(2.) วันที่ 4-7 ธันวาคม 2554 ติดตามการดำเนินงานซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกันเก็บซังข้าวโพด ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 210 กระสอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 โดยมีนายก อบต.ช่างเคิ่ง เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

(3.) วันที่ 8-9 ธันวาคม 2554 หัวหน้าโครงการฯ ได้เข้าร่วมประชุมสัมมนา เรื่อง “หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภูมิภาค ครั้งที่ 1 ภาคเหนือ” ณ โรงแรมศิรินาถการ์เด้นท์

(4.) วันที่ 10-11 ธันวาคม 2554 หัวหน้าโครงการฯ และผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ให้การบรรยาย ในหัวข้อเรื่อง แนวทางการลดต้นทุน และการเตรียมความพร้อมก่อนการปลูกยางพารา มีชาวบ้านเข้าร่วมจำนวน 26 คน ทั้งนี้ชาวบ้านได้ให้ข้อเสนอแนะแก่โครงการฯ ดังนี้
1.ชาวบ้านต้องการเรียนรู้ และไปศึกษาดูงานในสถานที่จริง
2.ชาวบ้านต้องการรับการฝึกอบรมและสาธิตการปลูกยางพาราในเบื้องต้น
3.ชาวบ้านต้องการให้โครงการฯ สนับสนุนกล้ายางพารา เนื่องจากกล้ายางมีราคาที่สูงขึ้น

(5.) วันที่ 23-24 ธันวาคม 2554 โครงการฯ จัดอบรม หัวข้อเรื่อง การนำวัสดุเศษเหลือใช้ทางเกษตรมาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ และประชุมร่วมกับชาวบ้านเพื่อวางแผนการดำเนินงานของโครงการฯในปี 2555 มีชาวบ้านเข้าร่วมจำนวน 40 คน และร่วมจัดตั้งกลุ่มสมาชิกให้ชัดเจนตามเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอด จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอัดฟ่อนเปลือกฝักข้าวโพด กลุ่มทำอาหารหมัก TMR กลุ่มเพาะเห็ด กลุ่มปั้นเตาชีวมวล และกลุ่มปลูกยางพารา และร่วมกันวางแผนเพื่อรับการอบรมและสาธิตในเทคโนโลยีอื่นๆ ทั้งนี้ มีชาวบ้านจำนวน 50 ราย จะจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย จากกิจกรรมทางการเกษตรของตนและค่าใช้จ่ายจากการจัดตั้งกลุ่มดังกล่าว

(6.) วันที่ 10-11 มกราคม 2555 โครงการฯ จัดอบรมและสาธิต หัวข้อเรื่อง การผลิตถ่านอัดแท่ง โดยใช้เตาเผาผลิตถ่าน 200 ลิตร และใช้เครื่องอัดโดยใช้แรงงานคน มีผู้เข้าอบรมจำนวน 25 คน และได้ทดลองอัดแท่งและนำไปตากให้แห้ง รอนำไปใช้ ประมาณ 40 ก้อน

(7.) วันที่ 22-25 มกราคม 2555 ประชุมร่วมกับคณะกรรมการจัดงานผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม ครั้งที่ 19

(8.) วันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2555 ร่วมจัดนิทรรศการเชิงวิชาการ เกี่ยวกับ แนวทางการนำวัสดุเศษเหลือทางการเกษตร (จากข้าวโพด) ไปใช้ประโยชน์ เพื่อลดปัญหาหมอกควันที่เกิดจากการเผาในงานผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม ครั้งที่ 19 ณ ที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยมีคณาจารย์และตัวแทนชุมชน เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ สาธิตและฝึกปฏิบัติให้กับผู้สนใจที่มาร่วมงาน จำนวน 5 หัวข้อ ได้แก่ การเพาะเห็ดโคนน้อย การทำอาหารหมักแบบผสมครบส่วน (TMR) การปั้นเตาชีวมวล การผลิตก๊าซชีวภาพ และการเพิ่มผลผลิตไก่พื้นเมือง ทั้งนี้ ชุมชนได้จำหน่ายเห็ดโคนน้อยจากการนำเปลือกฝักข้าวโพดมาเป็นวัสดุเพาะ สร้างรายได้และความพึงพอใจให้กับชุมชนเป็นอย่างมาก

(9.) วันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2555 ทางโครงการฯ ได้จัดอบรมและสาธิต หัวข้อเรื่อง การทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ โดยใช้ซังและเปลือกฝักข้าวโพด และการทำเตาชีวมวล โดยได้รับเกียรติจาก อ.ดร.มะลิวัลย์ แซ่อุ้ย เป็นวิทยากรบรรยายให้กับเกษตรกรบ้านบนนาจำนวน 15 คน โดยทางอบต.ช่างเคิ่ง ได้ให้การสนับสนุนมูลโคแห้ง จำนวน 300 กระสอบๆละ 10 กก. ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณจากอบจ. ทั้งนี้ชุมชนจะนำปุ๋ยที่ได้ไปใช้กับยางพารา ข้าวโพด และพืชอื่นๆ ต่อไป เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินและช่วยลดค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่ง
ค่าใช้จ่าย : 200,000
จำนวนผู้รับบริการ :
ปัญหาอุปสรรค : (1.) เกษตรกรมีกิจกรรมทางด้านการเกษตรตลอดทั้งปี ได้แก่ การปลูกข้าวโพด การปลูกข้าว การปลูกมันฝรั่ง การรับจ้างปลูกหอม กระเทียม เป็นต้น จึงทำให้การดำเนินการตามแผนฯ เป็นไปค่อนข้างยาก
(2.) ขาดผู้นำกลุ่ม เกษตรกรยังขาดความกระตือรือร้น

แนวทางแก้ไข : (1.) จัดแบ่งกลุ่มย่อยให้ชัดเจนและนัดหมายดำเนินการทีละกลุ่ม
(2.) ติดตามผลและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=379]   วันที่รายงาน  [22/9/2555]
1.นัดปรึกษาหารือร่วมกับตัวแทนของหมู่บ้านบนนา(แม่ข่าย) ในวันเสาร์ที่ 21 กรกฏาคม 2555 เรื่อง การอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ ”หมู่บ้านข้าวโพดลดหมอกควัน” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 13-16 กันยายน 2555

2.ชี้แจงกำหนดการในวันที่ 30-31 สิงหาคม 2555 เรื่องการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ ”หมู่บ้านข้าวโพดลดหมอกควัน” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 13-16 กันยายน 2555 ให้แก่ หมู่บ้านบนนา(แม่ข่าย) บ้านเจียง,บ้านกองแขก,บ้านแม่วาก(ลูกข่าย) และหน่วยงานที่มีส่วนร่วม ทั้งเทศบาลตำบลแม่แจ่ม โรงเรียนบ้านเนินวิทยาและโรงเรียนแม่แจ่ม และรวบรวมรายชื่อของผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการเพื่อที่จะได้ทราบจำนวนของผู้เข้าร่วมและเตรียมพร้อมในการจัดสถานที่พักอาศัย

3.เกษตรกรและผู้เข้าร่วมเดินทางมาอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ ”หมู่บ้านข้าวโพดลดหมอกควัน”ในวันที่ 13-16 กันยายน 2555 จำนวน 54 คน ณ ศุนย์วิจัยและฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ ซึ่งมีการอบรมและทำกิจกรรมดังนี้

วันพฤหัสบดีที่ 13 ก.ย. 2555
15.00-17.00 น. เดินทางจาก อ.แม่แจ่ม สู่ ศูนย์วิจัย สาธิตและฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ
17.00-18.00 น. รับประทานอาหารเย็น
18.30-21.00 น. รศ.ดร. สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ ชี้แจงรายละเอียดโครงการหมู่บ้านฯ
กิจกรรมกลุ่ม
- กำหนดวิสัยทัศน์หมู่บ้าน
- ความร่วมมือระหว่างหมู่บ้านแม่ข่ายและลูกข่าย (กิจกรรมร่วม)

วันศุกร์ที่ 14 ก.ย. 2555 (ภาคเช้า)
08.00-09.00 น. รับประทานอาหารเช้า
09.30-12.00 น. แบ่งกลุ่มเข้ารับการอบรม
กลุ่มที่ 1 จำนวน 20 คน เรื่อง การเพาะเห็ดจากเปลือกฝักและต้นข้าวโพด
- โดย อ.ดร.วรรณพร ทะพิงค์แก คณะเกษตรศาสตร์ มช.
กลุ่มที่ 2 จำนวน 15 คน เรื่อง การทำอาหารหมักแบบผสมครบส่วน (TMR)
- โดย อ.ดร.เสาวลักษณ์ แย้มหมื่นอาจ คณะเกษตรศาสตร์ มช.
กลุ่มที่ 3 อบรมเวลา 09.30 -16.00 น. จำนวน 20 คน
เรื่อง การผลิตกระดาษจากเปลือกข้าวโพด
- โดย ดร.เพิ่มศักดิ์ สุภาพรเหมินทร์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ
วันศุกร์ที่ 14 ก.ย. 2555 (ภาคบ่าย)
12.00-13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00-17.00 น. แบ่งกลุ่มเข้ารับการอบรม
กลุ่มที่ 1 จำนวน 20 คน เรื่อง การทำปุ๋ยหมักอินทรีย์
- โดย คุณสมศักดิ์ จิรัตน์ นักวิทยาศาสตร์เกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มช.
กลุ่มที่ 2 จำนวน 20 คน เรื่อง การปั้นเตาชีวมวล
- โดย อาจารย์องอาจ ส่องสี มทร.ล้านนา น่าน
18.00-19.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00-21.00 น. กิจกรรมกลุ่ม
- การเขียนโครงการ เพื่อเสนอรับทุนสนับสนุน
- การกำหนดวิสัยทัศน์ของหมู่บ้าน

วันเสาร์ที่ 15 ก.ย. 2555
08.00-09.00 น. รับประทานอาหารเช้า
09.00-12.00 น. กลุ่มที่ 1 บรรยาย เรื่อง การเพิ่มผลผลิตไก่พื้นเมือง การผลิตก๊าซชีวภาพสำหรับใช้ในครัวเรือน
และการเลี้ยงสุกรหลุม
- โดย รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
09.00-12.00 น. กลุ่มที่ 2 บรรยาย เรื่อง ยางพารา และกาแฟ
- โดย คุณคณิต ถิรวณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
12.00-13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.00-16.00 น. บรรยาย เรื่อง หมู่บ้าน ว & ท กับการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
- โดย คุณตะวัน ห่างสูงเนิน เจ้าของฟาร์ม Rainbow Farm
18.00-19.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00-21.00 น. กิจกรรมกลุ่ม (ต่อ)
- การเขียนโครงการ เพื่อเสนอรับทุนสนับสนุน
- การกำหนดวิสัยทัศน์ของหมู่บ้าน
วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย. 2555
08.00-09.00 น. รับประทานอาหารเช้า
09.00-12.00 น. การนำเสนอกิจกรรมกลุ่ม
- วิสัยทัศน์ของหมู่บ้านแม่ข่ายและลูกข่าย
- โครงการพัฒนาอาชีพของแต่ละหมู่บ้าน
ดำเนินการโดย คุณคณิต ถิรวณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- สรุปผลการดำเนินงาน และแจกประกาศณียบัตร
12.00-13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. ผู้เข้ารับการอบรมเดินทางกลับ อ.แม่แจ่ม
ค่าใช้จ่าย : 190,000
จำนวนผู้รับบริการ : 60
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม :
2556390,000|320,000|320,000|ใช้หมด201312893371.pdf2014181112551.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=514]   วันที่รายงาน  [1/4/2556]
(1.) วันที่ 7-8 มกราคม 2556 หัวหน้าโครงการฯ และผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประชุมร่วมกับนายอำเภอ ปลัดอำเภอแม่แจ่ม และผู้ร่วมโครงการ จำนวน 16 คน พร้อมกับติดตามการอัดฟ่อนเปลือกฝักข้าวโพดที่บ้านเจียง

(2.) วันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2556 ร่วมจัดนิทรรศการเชิงวิชาการ “แนวทางการนำวัสดุเศษเหลือทางการเกษตร (จากข้าวโพด) ไปใช้ประโยชน์ เพื่อลดปัญหาหมอกควันที่เกิดจากการเผา” ในงานผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม ครั้งที่ 20 ณ ที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยมีคณาจารย์และตัวแทนชุมชน เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ สาธิตและฝึกปฏิบัติให้กับผู้สนใจที่มาร่วมงาน จำนวน 3 หัวข้อ ได้แก่ การเพาะเห็ดโคนน้อย การทำอาหารหมักแบบผสมครบส่วน (TMR) และการทำกระดาษจากเปลือกฝักข้าวโพด มีผู้เข้าร่วมอบรม 29 คน ทั้งนี้ ชุมชนได้จำหน่ายเห็ดโคนน้อยที่ใช้เปลือกฝักข้าวโพดเป็นวัสดุเพาะ สร้างรายได้และความพึงพอใจให้กับชุมชนเป็นอย่างมาก ส่วนผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการคาดว่ามีไม่น้อยกว่า 2,000 คน ซึ่งมีทั้งผู้บริหารจังหวัดและอำเภอ คณะครู นักเรียน นักวิชาการอิสระ (NGO) เกษตรกร สื่อมวลชน และผู้สนใจทั่วไป

(3.) วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 หัวหน้าโครงการฯ พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญและผู้สนับสนุนโครงการฯ จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ดำเนินการเสวนา เรื่อง การขับเคลื่อนหมู่บ้านข้าวโพดลดหมอกควัน...สู่หมู่บ้าน Eco Village มีผู้เข้าร่วมการเสวนาจำนวน 44 คน มีนายอำเภอแม่แจ่ม คุณสรธร สันทัด เป็นประธานการเสวนาและร่วมให้ข้อคิดเห็น/เสนอแนะด้วย

(4.) วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 หัวหน้าโครงการฯ ร่วมประชุมกับปลัดอำเภอ ผู้เชี่ยวชาญและผู้สนับสนุนโครงการจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณาจารย์ของภาควิชาฯ จำนวนหนึ่ง (6 ท่าน) เรื่อง “การจัดทำหมู่บ้านต้นแบบการลดหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่” ณ ภาควิชาสัตวศาสตร์และสัตว์น้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

(5.) วันที่ 4 มีนาคม 2556 ผู้เชี่ยวชาญและผู้สนับสนุนโครงการจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการเชิญจากอำเภอแม่แจ่ม ร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการของอำเภอประจำเดือนมีนาคม ณ ที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมจำนวน 47 คน ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการแต่ละหน่วยงานเหล่านี้ได้เป็นคณะกรรมการอำนวยการการแก้ปัญหาหมอกควันของ จ.เชียงใหม่ อยู่แล้ว การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อชี้แจงการจัดทำแผนระดับอำเภอ และเพื่อจัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐต่อไป

(6.) วันที่ 5 มีนาคม 2556 ผู้เชี่ยวชาญและผู้สนับสนุนโครงการจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการเชิญของอำเภอแม่แจ่ม ร่วมประชุมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งหมดของอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งมีจำนวน 300 คน เพื่อชี้แจงผลกระทบจากวิกฤติหมอกควันในภาคเหนือของประเทศ และนำเสนอผลการดำเนินงานของโครงการหมู่บ้านข้าวโพดลดหมอกควัน พร้อมกับได้จัดทำแบบฟอร์มสอบถามถึงความสนใจในการจัดการทำแผนกิจกรรมของแต่ละหมู่บ้าน เพื่อทำเป็นโครงการของอำเภอต่อไป

(7.) วันที่ 22-23 มีนาคม 2556 จัดอบรมและสาธิต หัวข้อเรื่อง การเพาะเห็ดโคนน้อยจากเปลือกฝักข้าวโพด และการทำกระดาษจากเปลือกฝักข้าวโพด มีผู้เข้าร่วมอบรม 19 คน โดยมีวิทยากรจากโครงการและวิทยากรจากหมู่บ้านร่วมกันบรรยายและสาธิต

(8.) วันที่ 23 มีนาคม 2556 หัวหน้าโครงการฯ จัดการประชุมการวางแผนการดำเนินงานและการเขียนแผนชุมชน ให้กับผู้นำ เกษตรกร และกลุ่มแม่บ้าน ของหมู่บ้านแม่ข่ายและลูกข่าย จำนวน 24 คน ณ เทศบาลตำบลแม่แจ่ม
ค่าใช้จ่าย : 120,000
จำนวนผู้รับบริการ : 72
ปัญหาอุปสรรค : (1.) เกษตรกรมีกิจกรรมทางด้านการเกษตรตลอดทั้งปี ได้แก่ การปลูกข้าวโพด การปลูกข้าว การปลูกมันฝรั่ง การรับจ้างปลูกหอม กระเทียม เป็นต้น จึงทำให้การดำเนินการตามแผนฯ เป็นไปค่อนข้างยาก
(2.) ขาดผู้นำกลุ่ม และเกษตรกรยังขาดความกระตือรือร้น

แนวทางแก้ไข : (1.) จัดแบ่งกลุ่มย่อยให้ชัดเจนและนัดหมายการดำเนินงานครั้งละกลุ่ม
(2.) ติดตามผลและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

ไฟล์แนบกิจกรรม : 2013411012381.xls
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=535]   วันที่รายงาน  [10/4/2556]
ตารางกิจกรรมประจำปี 2556ค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม : 20134101442491.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 3 [IG=662]   วันที่รายงาน  [3/7/2556]
(1.) วันที่ 23 เมษายน 2556 หัวหน้าโครงการฯ ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเจ้าหน้าที่จาก สวทช.ภาคเหนือ ประชุมร่วมกับนายอำเภอ ปลัดอำเภอแม่แจ่ม และผู้ใหญ่บ้านจาก 6 ตำบล ได้แก่ ตำบลแม่นาจร ตำบลช่างเคิ่ง ตำบลบ้านทับ ตำบลบ้านแม่ศึก ตำบลกองแขก และตำบลท่าผา ณ ที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งหมด 60 คน ในช่วงเช้าได้ชี้แจงโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ข้าวโพดลดหมอกควันให้กับหมู่บ้านอื่น นอกเหนือจากหมู่บ้านแม่ข่ายและลูกข่ายที่ได้ดำเนินการมาแล้ว เพื่อขับเคลื่อนโครงการนี้ให้ก้าวสู่ระดับอำเภอ และในช่วงบ่ายได้มีการวางแผนการจัดทำกิจกรรมต่างๆ โดยให้ผู้ใหญ่บ้านในแต่ละหมู่บ้านเป็นผู้เลือกรับกิจกรรมที่สามารถทำได้จริงในหมู่บ้านของตน และจัดตั้งกลุ่มเพื่อขอรับงบประมาณในเวลาต่อไป

(2.) วันที่ 17 – 19 มิถุนายน 2556 คณะผู้ดูงานจากสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา ม.อ. ปัตตานี และตัวแทนกลุ่มหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอรับการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องการทำกระดาษจากเยื่อข้าวโพดและเยื่อพืชอื่นๆ จาก ดร.เพิ่มศักดิ์ สุภาพรเหมินตร์ ณ ภาควิชาสัตวศาสตร์และสัตว์น้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ มีผู้เข้ารับการรับอบทั้งหมด 13 คน โดยในวันที่ 17 มิถุนายน ได้เข้ารับฟังการบรรยายเรื่อง “วิธีการแปรรูปวัสดุในท้องถิ่นให้เป็นกระดาษและสีธรรมชาติ” ณ ภาควิชาสัตวศาสตร์และสัตว์น้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ ให้การต้อนรับพร้อมทั้งร่วมอภิปรายและหารือในเรื่องความร่วมมือระหว่างหมู่บ้านเพื่อให้เกิดเป็นเครือข่ายต่อไป จากนั้นในวันที่ 18 มิถุนายน ได้ศึกษาดูงานและฝึกปฏิบัติการทำสีจากวัสดุธรรมชาติ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และวันที่ 19 มิถุนายน ช่วงเช้าได้ศึกษาดูงานการทำกระดาษสา ณ ศูนย์หัตถกรรมบ่อสร้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และช่วงบ่ายได้สรุปงาน ณ ภาควิชาสัตวศาสตร์ฯ และเดินทางไปจังหวัดลำปางต่อไป
(3.) วันที่ 30 มิถุนายน 2556 จัดอบรมถ่ายทอดความรู้จากหมู่บ้านแม่ข่ายสู่หมู่บ้านลูกข่าย ในเรื่อง “การเพาะเห็ดโคนน้อยจากเปลือกและตอซัง และการทำกระดาษจากเปลือกฝักข้าวโพด” โดยวิทยากรจากโครงการฯ และวิทยากรชาวบ้านจากหมู่บ้านแม่ข่าย ให้กับเกษตรกรและกลุ่มแม่บ้านจากหมู่บ้านลูกข่าย คือ บ้านเจียง บ้านกองแขก และบ้านแม่นาจร นอกจากนี้ได้มีคณะนักเรียนจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 ในอำเภอแม่แจ่มที่สนใจเข้าร่วมด้วย มีผู้เข้าร่วมรับการอบรมทั้งหมด 30 คน ทั้งนี้หัวหน้าโครงการฯ ได้ชี้แจงโครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์/โครงงานทางวิทยาศาสตร์ที่เน้นการใช้วัสดุเศษเหลือจากข้าวโพดให้กับนายอำเภอและตัวแทนอาจารย์จากโรงเรียนที่เข้าร่วมการอบรมซึ่งได้ประชาสัมพันธ์ไปแล้ว และจะมีการประกวดการตัดสินในวันที่ 10 สิงหาคม 2556 ที่จะถึงนี้
ค่าใช้จ่าย : 120,000
จำนวนผู้รับบริการ : 30
ปัญหาอุปสรรค : (1.) ช่วงเดือนเมษายน – สิงหาคม เกษตรกรได้เริ่มทำการเกษตร (ปลูกข้าวโพด) จึงไม่มีเวลาว่างในการเข้าร่วมกิจกรรมมากนัก
(2.) การเดินทางจากตัวหมู่บ้านมายังสถานที่จัดกิจกรรมค่อนข้างลำบาก

แนวทางแก้ไข : ประสานงานกับผู้นำของหมู่บ้านเพื่อดูช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการจัดกิจกรรมให้ชัดเจน
ไฟล์แนบกิจกรรม :
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 4 [IG=774]   วันที่รายงาน  [29/9/2556]
(1.) วันที่ 10 สิงหาคม 2556 ช่วงเวลา 07.00 – 12.00 น. ร่วมกับ อบต.ท่าผา และอำเภอแม่แจ่ม จัดงาน “ปลูกต้นไม้คืนแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 81 พรรษา” ณ ป่าแม่ยางส้าน ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม โดยมีท่านสมเจต เปลื้องนุช นายอำเภอแม่แจ่มเป็นประธานพิธีเปิด และมีผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะเจ้าหน้าที่จาก อบต.ท่าผา ส่วนการจัดการต้นน้ำ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน คณะครูและนักเรียน จำนวนประมาณ 200 คน ร่วมปลูกต้นไม้เพื่อให้พื้นที่อุดมสมบูรณ์เป็นต้นน้ำที่มีคุณภาพ โดยมีภาคเอกชนร่วมสนับสนุนน้ำดื่มและอาหารว่าง

(2.) วันที่ 10 สิงหาคม 2556 เวลา 13.00 – 19.00 น. โครงการฯ ได้จัด “การประกวดส่งประดิษฐ์/โครงงานวิทยาศาสตร์ที่เน้นการใช้วัสดุเศษเหลือจากข้าวโพด” สำหรับนักเรียนในอำเภอแม่แจ่ม ณ ศาลาที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม โดยมีท่านสมเจต เปลื้องนุช นายอำเภอแม่แจ่ม เป็นประธานในพิธีเปิดรวมทั้งได้เยี่ยมชมผลงานและซักถามนักเรียนผู้เสนอผลงานด้วยความสนใจ กิจกรรมการประกวดในครั้งนี้มีโรงเรียนส่งผลงานเข้าร่วมจำนวน 7 โรงเรียน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์จำนวน 7 ชิ้น และโครงงานทางวิทยาศาสตร์จำนวน 4 ชิ้น ได้มีการนำเสนอผลงานเพื่อให้คณะกรรมพิจารณาตัดสิน โดยมี รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ คุณคณิต ถิรวณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญจากการทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคุณพัทธนันท์ พินทาคำ ตัวแทนจากอำเภอแม่แจ่ม เป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวด มีรายละเอียดดังนี้
ประเภทสิ่งประดิษฐ์ที่เน้นการใช้วัสดุเศษเหลือจากข้าวโพด
รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน ดอกสวยด้วยข้าวโพด โรงเรียนบ้านกองแขก
จัดทำโดย ด.ญ.พัชรินทร์ อุทิศลาภผล มัธยมศึกษาปีที่ 3
ด.ญ.ศศิธร พนาศิลป์วารี มัธยมศึกษาปีที่ 3
ด.ช. นิตยา บันดาลสกุล มัธยมศึกษาปีที่ 3


รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน ทีมโคมไฟ 2 in 1 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31
จัดทำโดย นายหล้าเสา วรนาถยึนยง มัธยมศึกษาปีที่ 4
น.ส.สุกัญญา ไพรเจริญศรี มัธยมศึกษาปีที่ 4
น.ส.เพ็ญศรี บริบทคุณธรรม มัธยมศึกษาปีที่ 4
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อผลงาน กระดาษเปลือกข้าวโพด โรงเรียนชุมชนบ้านพร้าวหนุ่ม
จัดทำโดย ด.ญ.มาริษา เตียมใจ ประถมศึกษาปีที่ 4
ด.ญ.ปนัดดา ธิโน ประถมศึกษาปีที่ 4
ด.ญ.กฤษณา รินทะกะ ประถมศึกษาปีที่ 6

รางวัลเชิดชูเกียรติ ชื่อผลงาน เครื่องตัดสารพัดประโยชน์ โรงเรียนแม่แจ่ม
จัดทำโดย นายสุริยา ริดจะบุญ มัธยมศึกษาปีที่ 5
นายกิตติศักดิ์ เจริญใจ มัธยมศึกษาปีที่ 5
นายสุทิน กุลสุพรรณรัตน์ มัธยมศึกษาปีที่ 5

โครงงานวิทยาศาสตร์ที่เน้นการใช้วัสดุเศษเหลือจากเปลือกข้าวโพด
รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน เห็ดนางฟ้าจากเปลือกข้าวโพด โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31
จัดทำโดย นายเชิดชู ดำรงเกียรติพนา มัธยมศึกษาปีที่ 5
น.ส.ทิพพร เจริญเดช มัธยมศึกษาปีที่ 5
น.ส.พิทยา วิทยาจัดการ มัธยมศึกษาปีที่ 5

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน ดินปลูกมหัศจรรย์ โรงเรียนอินทนนท์วิทยา
จัดทำโดย ด.ช.วัชรพงษ์ สาทรวนาเวส มัธยมศึกษาปีที่ 2
ด.ช.สาโรจ นัดดาศรี มัธยมศึกษาปีที่ 3
ด.ญ.แสงทิพย์ โชคสร้างทรัพย์ มัธยมศึกษาปีที่ 3

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อผลงาน กระถางต้นไม้รักษ์โลก โรงเรียนแม่แจ่ม
จัดทำโดย น.ส.สุภาภรณ์ ทานา มัธยมศึกษาปีที่ 5
น.ส.อภิญญา สาครินทร์ มัธยมศึกษาปีที่ 5
น.ส.เกษรา กาวิน่าน มัธยมศึกษาปีที่ 5
รางวัลเชิดชูเกียรติ ชื่อผลงาน กระดาษสวยด้วยข้าวโพด โรงเรียนบ้างกองแขก
จัดทำโดย ด.ญ.วรรณนิสา สนธิคุณ มัธยมศึกษาปีที่ 3
ด.ญ.วราพร โมตาลี มัธยมศึกษาปีที่ 2
ด.ช. กรวิชญ์ พุ่มพวง มัธยมศึกษาปีที่ 1

(3.) วันที่ 14 – 18 สิงหาคม 2556 ร่วมจัดนิทรรศการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2556 ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล ราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร ลักษณะการจัดเป็นแบบบูธเปิดในที่โล่ง โดยมีหัวหน้าโครงการฯ และตัวแทนชุมชน คือ คุณสมบัติ อะติยะ อ.รุ่งลดา ธิลา และน.ส.ทิพพร เจริญเดช เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ในวันพิธีเปิด รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข) พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เข้าเยี่ยมชมบูธและซักถามผลงาน/ผลสำเร็จของโครงการฯ ทั้งนี้ รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ ได้มอบผลิตภัณฑ์จากโครงการฯ ไว้เป็นของที่ระลึกสำหรับท่านรัฐมนตรีและคณะผู้บริหารจากกระทรวงวิทย์ฯ ที่เข้าเยี่ยมชมในครั้งนี้ด้วย
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ คาดว่า มีผู้เข้าชม รับเอกสาร และซักถาม จำนวนมากกว่า 1,000 คน ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

(4.) วันที่ 21 – 22 สิงหาคม 2556 ร่วมกับ สวทช. ภาคเหนือ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การปั้นเตาชีวมวลที่ใช้แกนฝักข้าวโพดเป็นเชื้อเพลิงสำหรับใช้ในครัวเรือน โดย รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ และ อ.องอาจ ส่องสี อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาน่าน เป็นวิทยากร การอบรมจัดเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 จัดวันที่ 21 สิงหาคม 2556 เวลา 15.00 – 20.00 น.จัดอบรม ณ ศาลาที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม มีผู้เข้ารับการอบรม ได้แก่ เกษตรกรและนักเรียนจากโรงเรียนราชประชานุ-เคราะห์ 31 ทั้งหมดจำนวน 24 คน ส่วนช่วงที่ 2 จัดในวันที่ 22 สิงหาคม 2556 เวลา 9.00 – 16.00 น. ณ เทศบาลตำบลแม่นาจร มีเกษตรกรที่เข้ารับการอบรมจำนวน 10 คน
ค่าใช้จ่าย : 80,000
จำนวนผู้รับบริการ : 90
ปัญหาอุปสรรค : (1.) ช่วงเดือนเมษายน – สิงหาคม เกษตรกรได้เริ่มทำการเกษตร (ปลูกข้าวโพด) จึงไม่มีเวลาว่างในการเข้าร่วมกิจกรรม
แนวทางแก้ไข : (1.) เลื่อนการจัดกิจกรรมออกไปจัดในช่วงที่ว่าง
ไฟล์แนบกิจกรรม : 2013929122541.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 5 [IG=871]   วันที่รายงาน  [23/1/2557]
สรุปการดำเนินงานทั้งหมด ประจำปี 2556 ตามไฟล์แนบค่าใช้จ่าย :
จำนวนผู้รับบริการ : 0
ปัญหาอุปสรรค : -
แนวทางแก้ไข : -
ไฟล์แนบกิจกรรม : 20141231245381.pdf
2557450,000|360,000|220,000|140,00020149261614361.pdf
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 [IG=976]   วันที่รายงาน  [5/7/2557]
(1.) วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ พร้อมด้วยผู้จัดการโครงการ FTA กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมสหกรณ์แม่วางและผู้ใหญ่บ้านบนนา จำนวน 10 คน เดินทางเข้าพบรักษาการนายอำเภอแม่แจ่มและปลัดอำเภอแม่แจ่ม ได้ปรึกษาหารือถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในการอัดฟ่อนเปลือกฝักข้าวโพดไปจำหน่ายให้แก่เกษตรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่อำเภอแม่วางและให้กับโครงการ FTA เพื่อเป็นการลดปริมาณการเผาเปลือกฝักข้าวโพดที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงนี้และเป็นการเพิ่มรายได้ให้แกเกษตรกรในอำเภอแม่แจ่ม รวมถึงเป็นการเก็บสำรองอาหารให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอีกด้วย

(2.) วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 ทางโครงการฯ เข้ารับการประเมินจากคณะประเมินกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และได้ร่วมกันเสวนาหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน ทั้งคณะดำเนินงานจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ ส่วนราชการของอำเภอ ผู้ใหญ่บ้านลูกข่ายและแม่ข่าย และเกษตร จำนวนทั้งหมด 16 คน

(3.) วันที่ 12 – 17 ธันวาคม 2556 สืบเนื่องจากวันที่ 11 พฤศจิกายน ทางกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและโครงการ FTA ได้เข้าไปดำเนินการอัดฟ่อนเปลือกฝักข้าวโพดที่อยู่ในพื้นที่บ้านบนนา อำเภอแม่แจ่ม เป็นระยะเวลา 5 วัน ช่วยลดปริมาณเปลือกฝักข้าวโพดได้ 12 ตัน และได้เปลือกฝักข้าวโพดอัดฟ่อนจำนวน 250 ฟ่อน เพื่อนำมาใช้เลียงโคนมในพื้นที่อำเภอแม่วางและในศูนย์วิจัย สาธิต และฝึกอบรมแม่เหียะ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

(4.) วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2557 โครงการฯ ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการลดหมอกควัน ในงานผ้าซิ่นตีนจกครั้งที่ 21 ณ ที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม ภายในงานมีการจัดอบรมและสาธิต เรื่อง การผลิตกระดาษจากเยื่อเปลือกฝักข้าวโพด การทำอาหารหมัก การเพาะเห็ดโคนน้อยและเห็ดนางฟ้า และการผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์เพื่อใช้ในครัวเรือน โดย วิทยาการจากทางโครงการฯและทางหมู่บ้าน อาทิเช่น ดร.เพิ่มศักดิ์ สุภาพรเหมินทร์ อ.ดร.เสาวลักษณ์ แย้มหมื่นอาจ รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ อ.รุ่งรดา
ธิลา คุณสมบัติ อะติยะ เป็นต้น นอกจากนี้ได้มีแนะแนว แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากอดีตผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณคณิต ถิรวณิชย์ และเจ้าหน้าที่แผนงานชำนาญการพิเศษ คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ในเรื่องการจัดการกลุ่มอาชีพ (ปุ๋ยหมัก เพาะเห็ดและการแปรรูปกระดาษ) ในงานครั้งนี้มีผู้ให้ความสนใจจำนวนมากทั้งหน่วยงานราชการ อบต. เทศบาล คณะครูและนักเรียน และเกษตรกร รวมทั้งสินมากกว่า 500 คน

(5.) วันที่ 3 มีนาคม 2557 ทางโครงการฯ ได้รับการติดต่อจากหัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ในเรื่องการนำเศษวัสดุจากข้าวโพดมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทางโครงการฯ ได้ร่วมมือกับ สวทช.ภาคเหนือ นำเทคโนโลยีการปั้นเตาชีวมวลไปอบรมและสาธิตให้แก่เกษตรกรในพื้นที่เนื่องจากเกษตรกรได้ใช้เตาอั้งโล่เป็นประจำอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นการนำเศษวัสดุประเภทแกนฝักข้าวโพดมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นการช่วยลดเศษวัสดุลงได้อีกด้วย ซึ่งเป็นการขยายผลจากหมู่บ้านข้าวโพดลดหมอกควันที่ได้ดำเนินงานในพื้นที่อำเภอแม่แจ่มไปสู่หมู่บ้านอื่นๆ ที่มีปัญหาเศษวัสดุจากการทำเกษตร (การปลูกข้าวโพด) เช่นเดียวกัน

(6.) วันที่ 7 มิถุนายน 2557 ทางโครงการได้ร่วมเสวนาหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกับผู้นำหมู่บ้านและแกนนำเกษตรกรหมู่บ้านแม่ข่าย ณ สหกรณ์หมู่บ้านบนนา ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมประชุม จำนวน 9 คน

(7.) วันที่ 8 มิถุนายน 2557 ทางโครงการฯ ได้จัดกิจกรรมการอบรมในหัวข้อ “การผลิตก๊าซชีวภาพสำหรับใช้ในครัวเรือน” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทับ ต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการผลิตก๊าซชีวภาพด้วยตนเองจากมูลสัตว์สำหรับใช้ในครัวเรือน และเพื่อเป็นแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน นำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน มีเกษตรกรผู้สนใจเข้ารับการอบรม จำนวน 30 คน

(8.) วันที่ 11-12 มิถุนายน 2557 ทางโครงการฯ ได้จัดให้มีการอบรมเชิงปฎิบัติการและศึกษาดูงาน ในเรื่อง การเพาะเห็ด ให้แก่เกษตรกร อำเภอแม่แจ่ม มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวน 12 คน ในวันที่ 11 มิถุนายน ได้มีการจัดกิจกรรมให้มีการฝึกอบรมการเพาะเห็ด เชิงปฏิบัติการ ณ ศูนย์วิจัย สาธิต และฝึกอบรมแม่เหียะ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีคุณสุพรรณ แก้วกัลยา เป็นวิทยากร และวันที่ 12 มิถุนายน ได้เข้าศึกษาดูงานการเพาะเห็ดในรูปแบบอุตสาหกรรม ณ จงเจริญฟาร์ม อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ โดยมีคุณวรรณเนตร พลภาณุมาศ เป็นวิทยากรให้ความรู้และแนะนำในด้านการใช้เศษวัสดุจากข้าวโพดมาทำก้อนเชื้อเห็ด อีกทั้งยังร่วมกับ รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ แนะแนวทางการทำการตลาดอีกด้วย
ค่าใช้จ่าย : 160,000
จำนวนผู้รับบริการ : 180
ปัญหาอุปสรรค : (1.) เกษตรกรมีกิจกรรมทางด้านการเกษตรตลอดทั้งปี ได้แก่ การปลูกข้าวโพด การปลูกข้าว การปลูกมันฝรั่ง การรับจ้างปลูกหอม กระเทียม เป็นต้น จึงทำให้การดำเนินการตามแผนฯ เป็นไปค่อนข้างยาก
(2.) เกษตรกรยังขาดความกระตือรือร้น และความเอาใจใส่

แนวทางแก้ไข : (1.) จัดหาเวลาที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรโดยมีการนัดแนะกันล่วงหน้า
(2.) ติดตามผลและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

ไฟล์แนบกิจกรรม : 2014751443291.pdf
รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 [IG=1118]   วันที่รายงาน  [30/9/2557]
(1.) วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 โครงการฯ ได้ทำการติดตามความคืบหน้าของกิจกรรม การส่งเสริมการเพาะเห็ด ของเกษตรกร ตำบลบ้านบนนา และ ตำบลบ้านทับ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และได้ทำการมอบก้อนเชื้อเห็ดนางรมฮังการี และ เห็ดนางฟ้า จำนวน 100 ก้อน ให้แก่เกษตรกรทั้งสองหมู่บ้าน เพื่อเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น นอกจากนี้โครงการยังได้ติดตามความคืบหน้าในกิจกรรมอื่นๆที่เคยทำไปแล้ว เช่น การทำบ่อแกสชีวภาพ การทำหมูหลุมจากเศษเหลือจากข้าวโพด ของเกษตรกร ตำบล บ้านบนนา และ การทำปุ๋ยหมัก ของเกษตรกร ตำบลบ้านทับ โดยทำการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และสอบถามถึงความต้องการของเกษตรกรเพื่อให้ความช่วยเหลือในการพัฒนากิจกรรมต่อไป

(2.) วันที่ 17-20 กรกฎาคม 2557 โครงการฯ ได้มีการนำเปลือกข้าวโพดจาก อำเภอแม่แจ่ม มาแปรรูปผลิตเป็นกระดาษ และผลิตภัณฑ์จากเศษข้าวโพด เพื่อนำมาจัดแสดงและจำหน่ายในงานจัดนิทรรศการในงาน IP Innovation and Technology Expo-IPITEx 2014 และ ได้นำตัวอย่างเศษเหลือจากข้าวโพดมาแสดงการสาธิตการทำกระดาษภายในงานอีกด้วย

(3.) วันที่ 3 สิงหาคม 2557 โครงการฯ ได้จัดให้มีการอบรมและศึกษาดูงาน ในเรื่อง การเพาะเห็ดเชิงการค้าให้แก่เกษตรกร หมู่บ้านหนองผักบุ่ง อำเภอดอยเต่า จังหวัด เชียงใหม่ มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวน 15 คน ได้เข้าศึกษาดูงานการเพาะเห็ด ณ จงเจริญฟาร์ม อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคุณวรรณเนตร พลภาณุมาศ เป็นวิทยากรให้ความรู้และแนะนำในด้านการใช้เศษวัสดุจากข้าวโพดมาทำก้อนเชื้อเห็ด พร้อมทั้งแนะแนวทางการทำการตลาด




(4.) 15 -20 กันยายน 2557 โครงการได้ติดต่อกับสำนักงานปศุสัตว์เชียงใหม่ เพื่อดำเนินการขอวัคซีนให้แก่เกษตรกร ตำบลบ้านบนนา ที่มีการเลี้ยงไก่พื้นเมือง พร้อมทั้งแนะแนวการสร้างคอกอนุบาลสำหรับอนุบาลลูกไก่ เพื่อช่วยแก้ปัญหาอัตราการเลี้ยงรอดต่ำ และยังได้ทำการหาพ่อ-พันธุ์ไก่พื้นเมืองไปมอบให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ เพื่อเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น
ค่าใช้จ่าย : 60,000
จำนวนผู้รับบริการ : 20
ปัญหาอุปสรรค : (1.) ในช่วงกลางเดือน สิงหาคม ถึง กันยายน เกษตรกรมีกิจกรรมทางด้านการเกษตร คือ การเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งใช้เวลาและแรงงานค่อนข้างมาก ส่งผลให้เกษตรกรให้ความร่วมมือในการอบรมน้อย ทำให้การดำเนินการตามแผนฯ เป็นไปได้ล่าช้าและค่อนข้างยาก
(2.) เกษตรกรยังต้องการความรู้ทางด้านการตลาดและบัญชีเพื่อช่วยในการจัดการรายรับ-จ่าย

แนวทางแก้ไข : (1.) จัดแบ่งกลุ่มย่อยให้ชัดเจนและนัดหมายการดำเนินงานครั้งละกลุ่ม
(2.) ติดตามผลและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

ไฟล์แนบกิจกรรม :

ส่งข้อความถึง aganni002@chiangmai.ac.th ผู้รับผิดชอบโครงการ

ข้อความ

 

Template by OS Templates