นายเอกพงศ์  มุสิกะเจริญ
ประชุม คณะกรรมการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2562    
เขียนโดย : นายเอกพงศ์  มุสิกะเจริญ
  • Currently 3/5 Stars.
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5

Rated 3/5 stars (45 votes cast)


การประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2562
วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2561 เวลา 13.30 – 17.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สป.วท.

 ดาวส์โหลดรายละเอียดการประชุม


ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งที่ประชุมทราบ

ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องเพื่อทราบ

2.1 คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและเศรษฐกิจชุมชน
2.2 รูปแบบการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและเศรษฐกิจชุมชน
2.3 สรุปผลการดำเนินงานภายใต้ “แผนปฏิบัติการ วทน. สู่ภูมิภาค ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 – 2564” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
2.4 สรุปผลการทบทวน “แผนปฏิบัติการ วทน. สู่ภูมิภาค ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 – 2564” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
2.5 สรุปภาพรวมข้อเสนอโครงการส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและเศรษฐกิจชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเพื่อพิจารณา
3.1 เกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอโครงการภายใต้“แผนปฏิบัติการ วทน. สู่ภูมิภาค ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 – 2564” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

- เกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอโครงการ Building Community Enterprise (BCE): บ่มเพาะธุรกิจชุมชน

- เกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอโครงการการพัฒนาสู่หมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (VC Community Incubator) (หมู่บ้าน วท. ใหม่ : VCCI1)

- เกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอโครงการการพัฒนาสู่หมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (VC Community Incubator) (หมู่บ้าน วท. ต่อเนื่องปี 2 และ 3 : VCCI2,3)

- เกณฑ์การคัดกรองข้อเสนอโครงการบริการให้คำปรึกษาฯ

เกณ์การพิจารณาเพื่อสนับสนุนงบประมาณ   : แผนงานบริการให้คำปรึกษาฯ 

เทียบคะแนน งบประมาณ จำนวนผู้รับบริการ แผนบริการให้คำปรึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยี

เกณฑ์การพิจารณาการทำงานของคลินิกเครือข่ายร่วมกับ ศวภ.
(วงเงิน 30,000 บาท/โครงการ : ข้อละ 7,500บาท)
- รวมจัดทำ VC เสนอจังหวัด
- จัดทำข้อเสนอโครงการตาม VC
- มีการเสนอ/รายงานประเด็นความต้องการจากจังหวัด
- เข้าร่วมประชุม/กิจกรรม ของ ศวภ.

3.2 การจัดกลุ่มคณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอโครงการฯ

ข้อคิดเห็น 1.

ข้อคิดเห็นต่อข้อเสนอโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์/หมู่บ้านเครือข่าย

  1. ภาพรวม

เพื่อให้ข้อเสนอโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์/เครือข่าย มีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากข้อเสนอโครงการอื่นๆ   มีประเด็นเสนอดังนี้

 

  • ข้อมูลหมู่บ้านพื้นฐาน ควรจะมีความละเอียดและแตกต่างไปจากข้อมูลโครงการคลีนิกเทคโนโลยีทั่วๆ ไป อย่างน้อยให้เห็นภาพรวมว่าหมู่บ้านนี้มีปัญหาเร่งด่วนอะไรเรียงตามลำดับความสำคัญ  และแนวทางในแต่ละเรื่องจะแก้ปัญหาอย่างไรด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   ตรงนี้ควรจะเป็นส่วนสำคัญของแผนพัฒนาหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะจะเป็น base-line data  ที่ชี้วัดให้เห็นความสำเร็จของโครงการผู้เสนอโครงการยังเก็บข้อมูลของพื้นที่เป้าหมายไม่ครอบคลุม  เช่น  เมื่อกล่าวถึงสภาพปัญหาของพื้นที่  ก็จะไม่ชัดเจนในเรื่องของขนาดปัญหา (ปริมาณผลผลิตที่ล้นตลาด  จำนวนคนที่ได้รับผลกระทบ)  ทำให้ประเมินความจำเป็นหรือคุ้มค่าของการลงทุนแก้ไขปัญหาได้ยาก  อีกทั้งมีความยากที่จะวัดความสำเร็จได้เมื่อเทียบระหว่างก่อน-หลังการทำโครงการ
  • หัวใจของหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างหนึ่ง   คือ “ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล”   ผู้เสนอโครงการควรจะทำให้ชาวบ้านมีวิธีคิดวิเคราะห์ปัญหาของตนเองอย่างเป็นระบบด้วยการจัดเก็บข้อมูลที่ดีและเหมาะสมต่อการดำเนินงาน  การจดบันทึก การสังเกต การวิเคราะห์ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องปลูกฝังลงไปในวิธีคิดของชาวบ้าน ยกตัวอย่างเช่นการเก็บข้อมูลการผลิต ข้อมูลการขาย ข้อมูลต้นทุน สิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างทัศคติที่นำไปสู่การใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อการตัดสินใจ
  • ข้อมูลการบริหารจัดการ หลายหมู่บ้านจะมีกลุ่มที่รวมตัวอยู่แล้ว ก็จะเป็นผลดี แต่หลายหมู่บ้านยังไม่มี  ควรจะเป็นบทบาทของสถาบันการศึกษาที่ทำหมู่บ้านในการที่จะสร้างตรงนี้ขึ้นมา 
  • ในกรณีที่เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อออกสู่ตลาด  ควรจะมีการประเมินทางด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์และดำเนินการในระยะต้นของโครงการ  (เช่น การนำทะลายปาล์มไปทำปุ๋ยใช้ในท้องถิ่นอาจจะไม่จำเป็นต้องทำแผนธุรกิจ แต่ถ้าเอาทะลายปาล์มไปเพาะเห็ดขาย  ควรจะต้องทำแผนธุรกิจ)

อย่างน้อยข้อมูลทางด้านการตลาดควรจะประกอบไปด้วย

ประเด็น

ก่อนดำเนินโครงการ

หลังดำเนินโครงการ

(สำหรับโครงการต่อเนื่อง)

ต้นทุนต่อไร่(บาท/ไร่)

 

 

ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต (บาท/กิโลกรัม)

 

 

ผลผลิตต่อไร่  (กิโลกรัม/ไร่)

 

 

ยอดขาย (บาท)

 

 

รายรับ (บาท)

 

 

กำไรสุทธิ (บาท)

 

 

รายได้ต่อหัวสมาชิก (บาท/คน)

 

 

การแบ่งปันผลกำไรต่อหุ้น

 

 

ช่องทางการจำหน่าย ขนาดตลาด (จำนวน)

 

 

การระบุประเด็นคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการที่พัฒนา (เช่น เก็บได้นานขึ้น หีบห่ยสวยงามขึ้น ฯลฯ)

 

 

แผนการเงิน/แผนการลงทุน

 

 

ความเห็นของลูกค้า/ผู้ใช้บริการ

 

 

ฯลฯ

 

 

 

  • ตัวชี้วัดควรจะแตกต่างไปจากโครงการคลีนิกเทคโนโลยีปกติ(ทั้ง Building Community Enterprise และ Value-Chain Community Incubators  เช่น  ถ้าเน้นการได้รับการรับรอง GAP หรือ GMP หรือ ฮาลาล หรือเป้าหมายในการลดต้นทุนการผลิต ก็ควรจะมีตัวชี้วัดทางด้านนี้เพิ่มเข้าไป)

หมายเหตุ  ความหมายและหลักเกณฑ์ของหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/หมู่บ้านแม่ข่าย

  • เป็นกลไกส่งเสริมให้ หมู่บ้าน/ชุมชน นำองค์ความรู้ด้าน วทน. ไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพหลัก จนเป็นแบบอย่างให้แก่หมู่บ้าน/ชุมชนอื่นๆ เป็นหมู่บ้านที่นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไป พัฒนา ต่อยอดและประยุกต์ใช้ประโยชน์ให้เกิดการนำองค์ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน  ขึ้นไปจนถึงการสร้างอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและอาชีพอื่น ๆ ในชุมชน เพื่อสร้างงาน สร้างเงิน สร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และ ดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จนสามารถเป็นต้นแบบสำหรับชุมชนอื่น ๆ
  • มีการบูรณาการ ประสานความร่วมมือใน 4 ภาคส่วน คือ ภาคราชการและท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาคประชาชน และภาคเอกชน รวมทั้งมีการส่งต่อบริการแบบครบวงจรตามแนวทางห่วงโซ่แห่งคุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ
  • มีเป้าหมายเพื่อการเพิ่มผลิตภาพ การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ การลดค่าใช้จ่าย การขยายโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำของชุมชนในชนบท
  • สามารถยกระดับจากหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้นไปเป็นหมู่บ้านแม่ข่าย มีกระบวนการ 3 ขั้นตอน กรอบระยะเวลาการพัฒนาใน 3 ปี  การบ่มเพาะองค์ความรู้ (Knowledge) สร้างทักษะความชำนาญ (Skill) ภายใต้เทคโนโลยีที่เหมาะสม(Appropriate Technology) ให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต (Productivity) การพัฒนาผลิตภัณฑ์(Product development) การบริหารจัดการ(Management) การพัฒนาแบบครบวงจรห่วงโซ่แห่งคุณค่า(Value chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์(Value added) รวมถึงการสร้างพฤติกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น การแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ การสังเกต การระบุปัญหา การทดลอง การจดบันทึก การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจสอบข้อมูลและการสรุปผล เพื่อการปรับเปลี่ยนทัศนคติ (Attitude) ที่ดีต่อการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ไปใช้ประโยชน์ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง(เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา) มาปรับใช้ ตามความเหมาะสมของแต่ละหมู่บ้าน/ชุมชน

 

  1. หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หมู่บ้านแปรรูปข้าวทุ่งทองยั่งยืน สุพรรณบุรี (กรมวิทยาศาสตร์บริการ)*
    • กรมวิทยาศาสตร์บริการ นำองค์ความรู้การแปรรูปข้าว ธัญพืช ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ จัดกิจกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำ (คัดเลือกพันธ์ข้าว จัดแปลงนา เทคนิคการปลูก ปุ๋ยอินทรีย์) กลางน้ำ (แปรรูปข้าว เครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอก การยืดอายุผลิตภัณฑ์) ปลายน้ำ (ผลิตภัณฑ์  ฉลาก ช่องทางจำหน่าย)
    • ไม่ระบุปัญหาของท้องถิ่น แนวทางการพัฒนา แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ได้ดำเนินการมา ในฐานะที่เป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  
    • ประเด็นเรื่องศักยภาพการตลาด  เช่น  การแปรรูปข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ จะสร้างความแตกต่าง/มูลค่าเพิ่มได้อย่างไร (ขนมขบเคี้ยว ชาข้าว เครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอก)  มีตลาดหรือไม่ ทำแล้วจะมีความแตกต่างไปจากผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวทั่วๆ ไปอย่างไร
    • จากประวัติของหัวหน้าโครงการ พบว่าทำโครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/หมู่บ้านวิทยาศาสตร์หลายแห่งมาก เกี่ยวกับการแปรรูปข้าว ผักผลไม้  น่าจะมีข้อมูลหรือตัวอย่างของความสำเร็จ/ความล้มเหลวของแต่ละพื้นที่มาเป็นข้อมูลที่จะประกอบการตัดสินใจว่า  แนวทางแบบนี้ยังไปต่อได้ มีศักยภาพทางการตลาด

 

  1. หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  หมู่บ้านเห็ดฟางจากทะลายปาล์ม  หมู่บ้านหนองฉ้ง ชุมพร    (มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร)  **
    • ข้อมูลรายได้ปี 2560 เพิ่มสูง 40% จากฐานอะไร คิดเป็นมูลค่าเท่าไหร่  เป็นโครงการที่ทำต่อเนื่องจากปี 2560 ดังนั้นควรจะมีการจัดเก็บข้อมูลที่ละเอียดชัดเจน  รวมทั้งการระบุในรายงานว่า โครงการก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม 29.43 เท่า ของงบประมาณที่ได้รับ  (ประเด็นนี้น่าสนใจและดูตัวเลขสูงมาก ควรจะทำให้ชัดเจนถึงที่มาและที่ไปของตัวเลข เช่น เป็นตัวเลขของรายได้หรือกำไร หักค่าใช้จ่ายหรือยัง)  เนื่องจากผู้ดำเนินโครงการใช้ค่าเฉลี่ยมาคำนวณเป็นค่ากลาง (ตารางหน้า 41 รายงานฉบับสมบูรณ์) หากใช้ข้อมูลจริงก็อาจจะได้ข้อมูลอีกแบบหนึ่งที่ชัดเจนกว่า
    • การประเมินทางด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ควรที่จะมีการดำเนินการในระยะต้นของโครงการ
    • หมายเหตุ  เข้าใจว่า ปกติชาวสวนปาล์ม จะขายปาล์มทั้งทะลายให้โรงงาน  แสดงว่า ชาวสวนต้องไปซื้อ/ไปขนทะลายปาล์มจากโรงงานมาทำก้อนเห็ด?
  2. หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หมู่บ้านตาลโตนด ตำบลบางเขียด (ใหม่) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา***
    • เน้นพืชอัตลักษณ์ คือ ตาลโตนด  ยกระดับผลิตภัณฑ์เดิม เพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ใหม่
    • การประเมินทางด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ควรที่จะมีการดำเนินการในระยะต้นของโครงการ
    • การเก็บข้อมูลท้องถิ่นเพื่อเป็น base-line data  ควรจะมีความละเอียดมากกว่านี้  จะช่วยทำให้การประเมินผลกระทบจากโครงการในทุกมิติมีความชัดเจนขึ้น
  3. หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหมู่บ้านขมิ้นอินทรีย์ บ้านเขานาใน สุราษฎร์ธานี  (ต่อเนื่อง) มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร***
    • การเก็บข้อมูลเป็นจำนวนรายเกษตรกรที่รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี อาจจะไม่เพียงพอ  ควรจะเป็นมิติอื่นด้วย เช่น เชิงพื้นที่ปลูก  ปริมาณผลผลิตที่ผลิต ข้อมูลแปลงปลูกก่อน-หลังการขอรับรอง ก็จะทำให้เห็นผลกระทบที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น
    • การระบุในรายงาน (หน้า 33)  ว่า โครงการก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม 30.75 เท่า ของงบประมาณที่ได้รับ  (ประเด็นนี้น่าสนใจและดูตัวเลขสูงมาก ควรจะทำให้ชัดเจนถึงที่มาและที่ไปของตัวเลข เช่น เป็นตัวเลขของรายได้หรือกำไร หักค่าใช้จ่ายหรือยัง)

 

  1. หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหมู่บ้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมจากจำปาดะ ตำบลควนโดน (ต่อเนื่อง) ศูนย์วิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา*
    • มีกลุ่มแม่บ้านมุสลิม  ทำขนมขาย รายได้ 8 แสนต่อปี มีการปันผลกำไรให้สมาชิก ต้องการขนมรสชาติใหม่ๆ
    • ขนาดและศักยภาพของตลาด
  2. หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเพาะเห็ดแครง ตำบลตรัง อ.มายอ ปัตตานี  (ต่อเนื่อง)  วิทยาลัยเทคนิคปัตตานี*
    • อบรมการผลิตและการแปรรูปเห็ดแครง
    • ควรจะมีข้อมูลของการผลิต การตลาด เช่น กำลังการผลิต ต้นทุน รายรับ กำไร เพื่อชี้ให้เห็นว่า มีการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาแก้ไขปัญหาชุมชนอย่างต่อเนื่อง และปลูกฝังวิธีคิดการแก้ปัญหาแบบวิทยาศาสตร์ให้กับชุมชน
  3. หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกษตรสร้างสรรค์วิถีครัวเรือน  ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านสันป่าส้าน พะเยา  (ต่อเนื่อง) ราชมงคลล้านนา**
    • สร้างต้นแบบเกษตรผสมผสาน ลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร กิจกรรมเน้นการใช้เชื้อราป้องกันกำจัดศัตรูพืช การผลิตเชื้อพันธ์พืชในครัวเรือน การผลิตปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ  พอเข้าปีที่สองก็จะยกระดับ เช่น เกษตรอินทรีย์ การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การตลาด การท่องเที่ยว  ซึงจะมีความหลากหลายมาก (จนอาจจะสะเปะสะปะ)
    • ขาดข้อมูลพื้นฐานต้นทุนในการผลิตทางการเกษตร เช่น การใช้ยาปราบศัตรูพืช  การใช้ปุ๋ยเคมี การใช้เมล็ดพันธ์  เป็นต้น  ซึ่งจะเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับเปรียบเทียบผลสำเร็จของโครงการตามเป้าหมาย พอขยายงานในปีที่สองและสาม ก็ไม่พบว่ามีข้อมูลที่จะสนับสนุนถึงเหตุผลและความจำเป็น รวมทั้งศักยภาพของท้องถิ่นในการที่จะดำเนินการ (ข้อเสนอโครงการหน้า 9-10)
  4. หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหมู่บ้านนมแพะเพื่อชุมชนทุ่งฝาย แจ้ซ้อน ลำปาง (ต่อเนื่อง) เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา*
    • ปีแรกเน้นการผลิตอาหารทดแทนอาหารสำเร็จรูป การลดกลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์ การทำก๊าซจากมูลสัตว์  ปีที่สองจะเน้นการแปรรูปนมแพะ เนื้อสัตว์ พืชผักผลไม้ให้ได้มาตรฐาน  การทบทวนสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนามีหลากหลาย ไม่มีการจัดเรียงลำดับความสำคัญ (มีความหลากหลายของแนวทางพัฒนามากกว่าชื่อโครงการที่เน้นนมแพะ)
    • ผลสำเร็จของปีแรก ไม่มีรายงานในรายละเอียด
  5. หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  หมู่บ้านมะนาวสบลี  (ต่อเนื่อง)  เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา*
    • ส่งเสริมการปลูกมะนาว  มาตรฐานเกษตรอินทรีย์  ขยายไปสู่การท่องเที่ยวชุมชน
    • ไม่ชัดเจนว่า ปีที่ 2 จะทำอะไร และที่ไหน
  6. หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหมู่บ้านฐานข้อมูลสารสนเทศอนุรักษ์ต้นน้ำยมและการพัฒนาวิถีเกษตรปลอดภัยบ้านแม่จั๊วะ อำเภอปง พะเยา (ต่อเนื่อง)  เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา *
    • ประเด็นไม่ค่อยชัดเจน เช่น ข้อ 5.2 เหตุผลและความต้องการหรือประเด็นปัญหา  ไม่ตรงกับชื่อโครงการ  รวมทั้งกิจกรรมที่นำเสนอ เช่น การผลิตและการใช้เชื้อราป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช การอนุรักษ์ผักหวานป่า เกษตรคุณภาพมาตรฐานปลอดภัยชุมชน ผลิตภัณฑ์แปรรูปเพิ่มมูลค่าเกษตรปลอดภัยครบวงจร เป็นต้น  (ควรจะเขียนใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้น เพราะฐานข้อมูลสารสนเทศอนุรักษ์ต้นน้ำยม นั้นเป็นเครื่องมือ สิ่งที่ควรจะเป็น คือ ถ้าเป้าหมายคือ การอนุรักษ์ต้นน้ำผ่านการทำกิจกรรมเกษตรปลอดภัยเพื่อลดสารพิษจากต้นน้ำ  และฐานข้อมูลสารสนเทศอนุรักษ์ต้นน้ำยมจะเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมได้อย่างไร เป็นต้น) 

   [วันที่ : 13/12/2561]

Template by OS Templates